Study in Canada

ทำไมต้องเรียนต่อแคนาดา?

เรียนต่อแคนาดา ประเทศที่มีอาณาเขตใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของโลก ลองลงมาจากรัสเซีย และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนโยบายและวัฒนธรรมที่เปิดรับผู้คนจากต่างประเทศมากที่สุด

1) แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพด้านการศึกษา

Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) เป็นองค์กรที่สนับสนุนความร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาได้เปิดเผยผลการสอบ PISA เพื่อรายงานผลการจัดลำดับโดยแบ่งตามประเทศ ซึ่งการสอบนี้แบ่งคะแนนเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Reading, Maths และ Sciences ประเทศแคนาดาจับอยู่เป็นลำดับที่ 3 รองลงมาจากประเทศเกาหลีใต้ (ลำดับที่ 1) และประเทศฟินแลนด์ (ลำดับที่ 2)  *อ้างอิง The Guardian – คลิก

ในระดับอุดมศึกษา แคนาดามีมหาวิทยาลัยกว่า 100 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ด้วยมาตรฐานด้านการศึกษา รวมถึง the University of Toronto, McGill University, University of British Columbia (UBC), Universite de Montreal และ University of Alberta ซึ่งถูกจัดลำดับอยู่ใน Top 100 ranking จากมหาวิทยาลัยทั่วโลก

2) ความปลอดภัยในประเทศแคนาดา

ประเทศแคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยมากที่สุดในโลก สงบและปลอดภัยมากที่สุดเป็นลำดับที่ 8 จากสถิติ the Global Peace Index 2018 *อ้างอิง Global Peace Index – คลิก นอกจากนี้แล้ว US News & World Report ยังจัดลำดับแคนาดาไว้ให้เป็นประเทศที่ดีเยี่ยมที่สุดเป็นลำดับที่ 2 เนื่องจากโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา อายุไขเฉลี่ยของประชากร สถิติอาชญากรรมและความรุนแรงที่ต่ำ

3) ค่าใช้จ่ายในอัตราที่ไม่สูงเกินไป

ถึงแม้คุณภาพด้านการศึกษาและมาตรฐานในการใช้ชีวิตในประเทศแคนาดาอยู่ลำดับต้นๆของโลก แต่ค่าครองชีพ และค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนนานาชาติโดยทั่วไปแล้วประหยัดกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอังกฤษ

4) วิถีแบบแคนาเดียน

เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศที่กว้างใหญ่มาก จึงมีความหลากหลายสูง ทั้งในเรื่องของประชากร สภาพของพื้นที่ สภาพอากาศ และวิถีชีวิตของผู้คน อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมแบบแคนาเดียนให้ความสำคัญกับ ความภาคภูมิใจ และความยึดมั่นในความเสมอภาค ความหลากหลาย และความเคารพต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อนึกถึงแคนาดา เราอาจจะนึกถึงวิวธรรมชาติที่สวยงาม แผ่นดินที่กว้างใหญ่ รายล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้ และทะเลสาบ ในขณะที่ความเป็นจริงแล้ว แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยและก้าวหน้ามากที่สุดประเทศหนึ่ง อีกทั้งผู้คนส่วนใหญ่มีความเปิดกว้างต่อความแตกต่างหลากหลาย มีความเป็นมิตรและสุภาพ

5) การทำงานและโอกาสในการอพยพ

ในขณะที่กำลังศึกษาในประเทศแคนาดา นักเรียนสามารถทำงานได้อย่างถูกกฏหมาย (20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ยกเว้นการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ และนักเรียนนานาชาติที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันในประเทศแคนาดาที่ใช้เวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 1 ปี สามารถขอใบอนุญาตทำงานหลังเรียนจบ (Post graduation work permit) เพื่อทำงานในแคนาดาได้อีก 1 หรือ 3 ปี และหากมีประสบการณ์การทำงานในประเทศแคนาดาอย่างน้อย 1 ปี หลังเรียนจบ สามารถสมัครขอสถานะผู้อาศัยถาวรของประเทศแคนาดาได้ (PR : permanent residence) 

อ่าน รู้จักแคนาดาใน 6 ย่อหน้า

Programs

หลักสูตรสำหรับผู้ที่สนใจเรียนต่อแคนาดา

English Language

เรียนภาษาอังกฤษในแคนาดา

แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร มีกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมที่น่าสนใจให้เข้าร่วมเพื่อเป็นประสบการณ์ชีวิตมากมาย

ก้อปันกันได้เดินทางไปเยี่ยมชม คัดเลือกสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพ มีหลักสูตรและวิชาเรียนที่น่าสนใจ ได้รับการยอมรับจากองค์กรนานาชาติให้เป็นสถาบันที่แนะนำสำหรับการเรียนภาษาที่แคนาดา เราจะแนะนำสถาบันที่มีคุณภาพและไว้วางใจได้

อ่านเพิ่มเติม

Secondary School

เรียนต่อมัธยมในแคนาดา

การเรียนมัธยมที่แคนาดาสำหรับผู้เรียนระดับม.3-6 ที่นักเรียนจะได้ศึกษาทั้งทางด้านวิชาการ ผสมผสานไปกับโอกาสที่จะได้สำรวจความสนใจของตนเองผ่านวิชาเลือก และกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนการฝึกทักษะวิชาชีพ ที่จะช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตจริง ไม่ได้เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่การเตรียมนักเรียนสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 600,000 บาท/ปี (รวมค่าเรียน ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพ)

อ่านเพิ่มเติม

Bachelor’s Degree

เรียนปริญญาตรีในแคนาดา

วิทยาลัยในแคนาดามีหลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับความรู้และทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานในโลกปัจจุบัน ตัวชี้วัดความสำเร็จของวิทยาลัยที่กำหนดโดยรัฐบาล คือ อัตราการจ้างงาน และความพึงพอใจของผู้ที่จบการศึกษา

วิทยาลัยจึงจัดการเรียนการเชิงทฤษฏีประกอบกับการลงมือปฏิบัติ ส่วนใหญ่ผู้เรียนจะสามารถเลือกทำ co-op (การฝึกงาน) ที่สามารถได้รับค่าตอบแทนได้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานจริง พัฒนาทักษะและความรู้ และสร้างเครือข่ายสำหรับโอกาสการทำงานในอนาคต

กำลังพัฒนา

Study and Work

เรียนและทำงานในแคนาดา

สำหรับบุคคลที่ต้องการเดินทางประเทศแคนาดาเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายงานที่สนใจ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงาน part-time ระหว่างที่เรียน และการทำงาน full-time ในประเทศแคนาดาในรูปแบบของ co-op หรือหลังจากที่สำเร็จการศึกษา เราขอแนะนำโครงการ Work & Study

ผู้เรียนจะได้พัฒนาความรู้ในด้านที่สนใจเพิ่มเติม พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้งจากการเรียนและการทำงาน และยังได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานที่มีโอกาสสร้างรายได้ให้กับตัวเองอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม

Post-Degree Diploma

ประกาศนียบัตรเพื่อการทำงานสำหรับบัณฑิต

หากคุณสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว และมีความประสงค์ที่จะศึกษาต่อเฉพาะทางในด้านที่สนใจ พร้อมโอกาสในการทำงานระหว่างเรียน การขอใบอนุญาตทำงานหลังจบการศึกษา (PGWP) เพื่อการทำงานในประเทศแคนาดา ระยะเวลา 1-3 ปี โดยมีตัวเลือกให้สามารถสมัครขอสถานะผู้อยู่อาศัยถาวรในประเทศแคนาดา (PR) หลังจากนั้นได้

เราขอแนะนำการศึกษาหลักสูตร Post-Degree Diploma ให้เป็นตัวเลือก

อ่านเพิ่มเติม

Online Courses

คอร์สเรียนออนไลน์สอนสดกับสถาบันที่แคนาดา

สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะกับสถาบันสอนภาษาในแคนาดา หรือเพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทางศึกษาต่อต่างประเทศ เราขอแนะนำคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ โดยสถาบันสอนภาษาอังกฤษชั้นนำในประเทศแคนาดา

รารับประกัน โอกาสที่จะได้ฝึกพูด อภิปรายในชั้นเรียน ครูผู้มืออาชีพ เรียนกลุ่มร่วมกับเพื่อนต่างชาติให้เลือก และมีตัวเลือกคอร์สเรียนที่หลากหลาย

อ่านเพิ่มเติม

วีดีโอแนะนำ

Why Us?

ทำไมนักเรียน นักศึกษาถึงเลือกใช้บริการของก้อปันกันในการศึกษาต่อแคนาดา?

3 สิ่งที่ก้อปันกันรับรอง

  • ข้อมูลที่ครบถ้วน: ให้ท่านได้ศึกษา ค้นหาตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเองได้เป็นอย่างดี
  • คำปรึกษาที่จริงใจ: คำนึงถึงเงื่อนไข และความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นหลัก เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำเป็นรายบุคคล
  • บริการที่วางใจได้: ชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างตรงไปตรงมา มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ใช้บริการตั้งแต่ต้น รวมถึงช่วงเวลาที่เดินทางไปแล้ว

Contact Us

ติดต่อขอรับข้อมูลและคำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนต่อแคนาดากับเรา

081-349-7669

แบบฟอร์มข้อมูลเบื้องต้น

ผู้ที่สนใจติดต่อขอรับข้อมูลและคำปรึกษา สามารถกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม 2 ขั้นตอน ง่ายๆ ทางด้านล่างได้เลย

Personal Information

ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สนใจใช้บริการ


Interests & Plans

ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจและความตั้งใจของผู้ที่สนใจใช้บริการ


Survey & PDPA

แบบสอบถามและเกี่ยวกับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล


Blog & News

บทความและอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับการเรียนต่อแคนาดา

FAQs

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเรียนต่อแคนาดา

เรียนต่อแคนาดา ไปเมืองไหนดี?

ถึงแม้แคนาดาเป็นประเทศที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของโลกรองจากรัฐเซีย ชุมชนและเมืองที่มีผู้คนอาศัยและใช้ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ทางใต้ของประเทศที่พรมแดนอยู่ติดและใกล้ชิดกับประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับเมืองที่ผู้คนนิยมเดินทางไปเรียน ได้แก่

  •  Vancouver รัฐ British Columbia เมืองขนาดกลาง ใกล้และสะดวกที่สุดสำหรับการเดินทางไปจากประเทศไทย เมืองที่มีความหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่มี balance และใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีรถไฟฟ้าและรถประจำทางที่สะดวกต่อการเดินทางเข้าและออกเมือง ที่สำคัญเป็นเมืองที่อากาศอบอุ่นกว่าเมืองอื่นๆในแคนาดา *อ่านบทความ รีวิว เมือง Vancouver แวนคูเวอร์ แคนาดาในหนึ่งวัน
  • Okanagan รัฐ British Columbia เมืองขนาดเล็ก เมืองพักตากอากาศที่โด่งดังในแคนาดา มีอากาศอุ่นที่สุด(กว่า Vancouver)ของประเทศ ตั้งอยู่ในรัฐโคลัมเบีย อยู่ห่างจาก Vancouver ประมาณ 45 นาทีโดยเครื่องบิน หรือประมาณ 4 ชั่วโมงโดยรถยนต์ *อ่านบทความ [รีวิว] เมือง Okanagan รัฐ British Columbia Canada ดินแดนธรรมชาติแสนอบอุ่น
  • Toronto รัฐ Ontario เมืองขนาดใหญ่ เมืองเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของแคนาดา มีประชากรจำนวนมาก วิถีชีวิตของผู้คนของเมืองใหญ่ที่มีจังหวะชีวิตที่รวดเร็ว มีรถไฟฟ้าและรถประจำทางอำนวยการเดินทาง หลายคนมีมุมมองว่า Toronto เปรียบเสมือน New York City ของแคนาดา
  • Montreal รัฐ Quebec เมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ Quebec ของแคนาดา (เมืองหลวงของประเทศแคนาดา Ottowa ตั้งอยู่ในรัฐนี้) ใกล้สำหรับการเดินทางจากทวีปยุโรป มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสในชุมชนและวิถีชีวิตของผู้คนโดยทั่วไป ผสมผสานกับภาษาอังกฤษ *อ่านบทความ รีวิว เมือง Montreal มอนทรีออล แคนาดา หรือ ฝรั่งเศส?

*หากยังไม่แน่ใจว่าเมืองไหนดี? เราขอแนะนำบทความ เรียนต่อแคนาดา Vancouver Toronto Montreal เมืองไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด! 

ทำไมการเรียนต่อมัธยมที่แคนาดาถึงน่าสนใจ?

ระบบการศึกษาในประเทศแคนาดาที่มีวัฒนธรรมส่งเสริมอำนาจการเรียนรู้ของผู้เรียน สนับสนุนความสามารถที่แตกต่างของนักเรียน และให้ความสำคัญต่อความเข้าใจ ยอมรับในวัฒนธรรมที่แตกต่าง สังคมโลกาภิวัตน์ รวมถึงการเป็นพลเมืองของโลกของผู้เรียน ทำให้การเรียนต่อมัธยมในโรงเรียนของรัฐบาลในประเทศแคนาดากำลังได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก

สำหรับค่าใช้จ่ายประมาณ 600,000 - 700,000 บาท/ปี รวมค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพ และหนังสืออุปกรณ์การเรียน ที่สำคัญ ผู้ปกครองและนักเรียนสามารถเลือกเมืองและโรงเรียนตามความต้องการของตนเองได้ ผู้ปกครองสามารถไว้วางใจในเรื่องของความปลอดภัย สภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการเรียนรู้ และการเติบโตอย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรงเรียนที่ไม่ได้อยู่ในเขตเมืองใหญ่

อ่านบทความ [รีวิว] เรียนต่อมัธยมแคนาดา เติบโตด้วยชุดคุณค่าสากล

เรียนภาษาอังกฤษที่แคนาดากับสถาบันไหนดี?

สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษในแคนาดา ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสารกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับบุคลที่ต้องการเดินทางไปประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเราขอแบ่งสถาบันสอนภาษาอังกฤษออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. สถาบันสอนภาษาอังกฤษในสถานศึกษาของรัฐบาล เช่น วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ซึ่งมีข้อมูลที่สำคัญ คือ

  • ที่ตั้ง: มีตั้งอยู่ทั้งในเขตเมืองขนาดใหญ่และนอกเมือง โดยจะต้องอยู่ในอาณาเขตของวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย
  • หลักสูตร: ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ (Academic English) ที่ออกแบบมาให้ผู้เรียนปรับพื้นฐานภาษาและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษสำหรับการใช้ศึกษาต่อ เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาระดับที่สถาบันกำหนด สามารถเข้าศึกษาต่อหลักสูตรสำหรับวุฒิการศึกษาในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยนั้นๆ ได้โดยไม่ต้องยื่นผลสอบ TOEFL/IELTS อีก
  • วันที่เริ่มและระยะเวลาเรียน: มักจะต้องเริ่มเรียนตามปฏิทินการศึกษาของสถานศึกษา และจะต้องลงเรียนเป็นเทอม ซึ่งมีวันเริ่มและสิ้นสุดการเรียนของแต่ละเทอมที่ตายตัว ไม่สามารถปรับให้ยืดหยุ่นตามความสะดวกของผู้เรียน

2. สถาบันสอนภาษาอังกฤษของเอกชน ซึ่งมีข้อมูลที่สำคัญ คือ

  • ที่ตั้ง: ส่วนมากแล้วจะตั้งอยู่ในย่านเมืองขนาดใหญ่ เช่น Vancouver, Toronto, Calgary, Montreal (สำหรับ Montreal จะมีหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสให้เลือกเรียนด้วย เนื่องจากเป็นเมืองที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส) เป็นต้น
  • หลักสูตร: สถาบันสอนภาษาเอกชนมักจะมีตัวเลือกหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษที่หลากหลายให้เลือกเรียน อาทิ General English (การปรับพื้นฐานและการใช้งานทั่วไป), Business English (เพื่อการใช้ในการทำงาน/ธุรกิจ), Culture (เชิงวัฒนธรรมและสังคม), University Pathway (เพื่อใช้ในการศึกษาต่อ) ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนระดับภาษาอังกฤษให้จบจากสถาบันในระดับที่กำหนด และใช้ผลการสำเร็จระดับภาษาจากสถาบันในการยื่นสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยต่างๆในแคนาดาได้โดยไม่ต้องใช้ผลสอบ TOEFL/IELTS

เราได้มีโอกาสไปเยี่ยม โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษในแคนาดา เมืองแวนคูเวอร์และเมืองโตรอนโต้ เพื่อนำประสบการณ์ตรงจากที่ได้ไปสัมผัสมาด้วยตนเอง มาใช้ในการแนะนำ และให้คำปรึกษาแก่บุคคลที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษในประเทศแคนาดา ซึ่งเราได้เขียนบทความ [แนะนำ] 4 โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษในแคนาดา

เลือกวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยอย่างไรดี?

เราแนะนำ 4 ปัจจัยพื้นฐานที่ควรคำนึงถึง ในการค้นหาข้อมูลและวางแผนสำหรับการเรียนต่อแคนาดา ได้แก่ ที่ตั้ง สาขาการเรียน ranking และค่าใช้จ่าย คุณสามารถอ่านคำแนะนำเพิ่มเติมได้ในบทความนี้

โครงการ Study & Work (co-op) คืออะไร?

สำหรับบุคคลที่ต้องการเดินทางไปแคนาดาเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะเฉพาะทาง พร้อมกับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงาน พร้อมโอกาสที่จะได้รับค่าตอบแทน สร้าง connection กับเพื่อนๆจากนานาประเทศ และพัฒนา resume/cv ของตนเอง เราขอแนะนำโครงการ Study & Work ของวิทยาลัยเอกชนในประเทศแคนาดา เช่น Greystone College, ILAC International College, Tamwood Career, VGC International College เป็นต้น

ในโครงการ Study & Work ผู้เรียนจะได้

  • ศึกษาและเรียนรู้เฉพาะทางเพิ่มเติมสำหรับการทำงานในด้านต่างๆที่สนใจ อาทิ Business Administration, Sales & Marketing, Digital Marketing, Web Development, UX Design/UI Design, Hospitality ครึ่งหนึ่งของระยะเวลาโครงการ
  • ทำงาน Co-op อีกครึ่งหนึ่งของระยะเวลาโครงการ ซึ่งวิทยาลัยจะมีการจัดช่วยแนะนำในการจัดหารงาน เพื่อเป็นการฝึกงานที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการเรียน เพื่อโอกาสการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง พร้อมโอกาสที่จะได้รับค่าตอบแทน
  • ประกาศนียบัตรในการเข้าร่วมและจบโครงการ
ความเป็นไปได้ในการขอวีซ่าศึกษาต่อในแคนาดา

ถึงแม้แคนาดาจะเป็นประเทศที่มีนโยบายด้านผู้อพยพที่ค่อนข้างเปิดกว้างกว่าหลายประเทศในทวีปตะวันตก สำหรับการยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศแคนาดาเพื่อการศึกษาสำหรับคนไทย เป็นเรื่องที่เราต้องใช้เวลาในการหารือหรือพูดคุยกันในรายละเอียดเพื่อประเมินความเป็นไปได้และความเสี่ยงอีกครั้ง

ข้อมูลสำคัญสำหรับวีซ่าเพื่อการศึกษาในแคนาดา 

  • สำหรับการลงเรียนระยะเวลา 24 สัปดาห์ หรือสั้นกว่านั้น สามารถขอและใช้วีซ่าท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าประเทศได้
  • สำหรับการลงเรียนนานกว่า 24 สัปดาห์ จะต้องขอวีซ่านักเรียนในการเดินทางเข้าประเทศ
  • แนะนำให้ยื่นขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ผู้สมัครทุกท่านที่อยู่ในประเทศไทยจะต้องเดินทางมายังกรุงเทพเพื่อการทำ biometric กับศูนย์ VFS บริการรับยื่นวีซ่าแคนาดา

สำหรับความยากง่ายในการขอวีซ่าแคนาดา

  • บจก.ก้อปันกันขอชี้แจงว่า เราไม่มีนโยบายที่จะรับรองผลการยื่นสมัครขอได้ (ไม่มีบุคคลหรือองค์กรใดที่สามารถทำได้) เนื่องจากการพิจารณาอนุมัติผลการสมัครขอวีซ่าขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กงสุล ทั้งนี้เราสามารถที่จะช่วยดำเนินการในการยื่นสมัครออนไลน์ และแนะนำในการเตรียมเอกสารได้

การใช้บริการทนาย (Citizenship & Immigration Practitioner) เป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่าแคนาดา (ไม่บังคับใช้)

  • เรามีทนายที่เราร่วมงานด้วยมีสำนักงานอยู่ที่ Vancouver ประเทศแคนาดา ซึ่งได้ช่วยให้นักเรียนของเราที่มีประวัติและความเสี่ยงที่จะโดนปฏิเสธวีซ่าผ่านได้หลายเคส
  • ทนายชาวแคนาดามีใบอนุญาติและประสบการณ์ในการให้คำแนะนำ คำปรึกษาและเป็นตัวแทนในการยื่นขอวีซ่าแคนาดา อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ทนายมีประสบการณ์ ตลอดจนความเชี่ยวชาญ รู้ข้อกฎหมาย ดังนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธในการขอวีซ่า (หากโดนปฏิเสธวีซ่าจากการยื่นโดยไม่ใช้ทนาย และต้องการยื่นใหม่โดยใช้ทนาย ค่าธรรมเนียมของทนายในการแก้ไขเคส อาจจะสูงกว่าในการใช้บริการทนายครั้งแรก
มีทุนการศึกษาไหม?

โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีทุนการศึกษา นอกจากผู้ที่สมัครเข้าศึกษาในสถาบันเอกชน อาจมีส่วนลดตามโปรโมชั่นที่สถาบันกำหนด หรือการสมัครศึกษาในมหาวิทยาลัยบางแห่ง อาจมีทุนการศึกษาลดหย่อนค่าเล่าเรียนได้บางส่วน (ไม่มากไปกว่า 10-40%)

ดังนั้นสำหรับการศึกษาต่อในประเทศแคนาดา ผู้สมัครจำเป็นที่จะต้องมี sponsor หรือบุคคล/องค์กร/หน่วยงาน ที่เป็นผู้ดูแลและสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตและการศึกษาต่อ

สมัครเรียนต่อแคนาดา เตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับการเตรียมตัวสมัครเข้าเรียนต่อแคนาดา ทีมงานของก้อปันกันขอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่

1) การเตรียมเอกสารสำหรับการสมัคร

โดยทั่วไปแล้วผู้สมัครควรจะต้องเตรียม a) passport ที่มีอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน, b) ใบแสดงผลการเรียนชั้นการศึกษาสูงสุดที่จบ (transcript), c) เอกสารรับรองการจบการศึกษา หรือการเป็นนักเรียน/นักศึกษา *กรณีที่ยังคงศึกษาอยู่

*ทั้งนี้สำหรับการสมัครเข้ารับการศึกษาในบางสถาบันและบางหลักสูตร จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน และอาจมีเอกสารอื่นที่ต้องใช้เพิ่มเติม ขอให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ของเรา และเอกสารทั้งหมดควรจะเป็นภาษาอังกฤษ

2) การเตรียมตัวด้านภาษาอังกฤษ

ผู้สมัครที่สมัครเพื่อศึกษาในหลักสูตรเพื่อวุฒิการศึกษาจะต้องสอบวัดระดับภาษา การเตรียมตัวด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสอบวัดระดับภาษา เช่น IELTS รวมถึงการใช้งานเชิงวิชาการ (Academic English) เป็นสิ่งที่ควรเตรียมตัวเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากยิ่งเตรียมตัวได้มากเท่าไหร่ ก็จะเป็นผลดีต่อทุกๆก้าวของผู้สมัครเองทั้งในส่วนของการดำเนินการก่อนเดินทาง และประสบการณ์การศึกษาในต่างประเทศ

3) การเตรียมตัวด้านระยะเวลา

โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการศึกษาเปิดให้สมัครเข้าเรียนล่วงหน้าได้ 1 ปี ก่อนวันที่จะเริ่มเรียน และแต่ละสถาบันและหลักสูตรจะมี deadline คือวันที่กำหนดให้ดำเนินการสมัคร หรือส่งเอกสารต่างๆที่แตกต่างกันออกไป ขอให้ตรวจสอบและเช็คกับเจ้าหน้าที่ของก้อปันกัน ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้ว เราแนะนำให้ดำเนินเรื่องสมัครเข้าเรียนล่วงหน้า 4-8 เดือนก่อนวันเริ่มเรียนของเทอมที่จะสมัครเข้าเรียน เผื่อลดความเสี่ยงที่จะโดนปฏิเสธเนื่องจากผู้สมัครเต็มแล้ว รวมถึงความเสี่ยงที่จะไม่สามารถดำเนินการเรื่องวีซ่าได้ทัน

*แคนาดาเป็นประเทศที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยม วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย บ่อยครั้งที่หลักสูตรที่ผู้สมัครต้องการสมัครเข้าเรียนอาจะเต็มก่อนวันสิ้นสุดการรับสมัคร

ก้อปันกันบริการอะไรบ้าง? คิดค่าใช้จ่ายอย่างไร?

สำหรับการศึกษาต่อแคนาดา ก้อปันกันมีบริการครบวงจร โดยไม่คิดค่าบริการ รวมถึง

  • การให้คำปรึกษาในการเลือกหลักสูตรและสถานศึกษาที่เหมาะสมกับผู้สมัคร
  • การดำเนินการสมัครเข้าเรียน พร้อมติดตามผล
  • การดำเนินการสมัครขอวีซ่า พร้อมแนะนำในการเตรียมเอกสาร
  • การดำเนินการจัดหาที่พัก สำหรับที่พักที่เป็นตัวเลือกของสถานศึกษาที่สมัครเข้าเรียน อาทิ หอพัก หรือที่พักกับ host family
  • การให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการเตรียมตัวก่อนเดินทาง
  • การติดตาม ดูแล ให้คำปรึกษาในขณะที่กำลังศึกษา

สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการบริการศึกษาต่อแคนาดาได้ที่นี่

สถาบันจะปฏิเสธไหม?

สำหรับผู้สมัครที่สมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันก้อปันกันเป็นตัวแทนในประเทศแคนาดา โดยใช้บริการของก้อปันกัน หากผู้สมัครเตรียมเอกสารและมีเงื่อนไขตรงตามที่สถาบันกำหนดไว้ โดยทั่วไปแล้วผู้สมัครจะไม่ได้รับการปฏิเสธโดยสถาบัน แต่ถ้าหากการสมัครเข้าศึกษาในสถาบันใดที่มีโอกาสจะถูกปฏิเสธ ทีมงานของเราจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้า

*แคนาดาเป็นประเทศที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยม วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย บ่อยครั้งที่หลักสูตรที่ผู้สมัครต้องการสมัครเข้าเรียนอาจะเต็มก่อนวันสิ้นสุดการรับสมัคร

สำหรับผู้สมัครที่สมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันก้อปันกันเป็นตัวแทนในประเทศแคนาดา โดยใช้บริการของก้อปันกัน หากผู้สมัครเตรียมเอกสารและมีเงื่อนไขตรงตามที่สถาบันกำหนดไว้ โดยทั่วไปแล้วผู้สมัครจะไม่ได้รับการปฏิเสธโดยสถาบัน แต่ถ้าหากการสมัครเข้าศึกษาในสถาบันใดที่มีโอกาสจะถูกปฏิเสธ ทีมงานของเราจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้า

ชำระค่าใช้จ่ายอย่างไร?

สำหรับการใช้บริการศึกษาต่อแคนาดากับก้อปันกัน ผู้สมัครจะไม่ต้องเสียค่าบริการใดๆ และค่าใช้จ่ายจะเป็นไปตามอัตราที่ผู้สมัครต้องชำระตามจริง โดยการชำระค่าใช้จ่ายจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่

1) การสมัครเข้าเรียนและสมัครขอวีซ่า: สำหรับค่าสมัครจะคำนวณตามที่สถานศึกษากำหนด และสำหรับค่าวีซ่าจะคำนวณตามที่สถานฑูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด ผู้สมัครชำระตามใบแจ้งหนี้ (invoice) ที่เราออกให้ถึงบจก.ก้อปันกัน โดยทีมงานของเราจะออกหลักฐานการรับเงินให้ ซึ่งเราจะรับมาเพื่อทำการชำระต่อให้กับผู้สมัคร

*ทั้งนี้ก้อปันกันจะจัดเก็บค่ามัดจำในการดำเนินการ 5,000 บาท ซึ่งจะคืนให้เต็มจำนวน สำหรับผู้สมัครที่ผ่านการสัมภาษณ์ขอวีซ่า และเดินทางไปเรียนในสถาบันและหลักสูตรที่ามัครเรียนไว้แล้ว

2) ค่ามัดจำในการจองที่เรียน: หลังจากที่ทำเรื่องสมัครและสถานศึกษาได้ตอบรับแล้ว ผู้สมัครจะต้องชำระค่ามัดจำในการจองที่เรียน (tuition deposit) ซึ่งแต่ละสถาบันจะมียอดค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน และบางสถาบันอาจไม่จัดเก็บค่ามัดจำในส่วนนี้ (โดยส่วนใหญ่แล้วจะเก็บ) เมื่อชำระแล้วสถาบันจะออกเอกสารตอบรับสำหรับการนำไปใช้ในการยื่นสมัครขอวีซ่าได้ สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สามารถโอนชำระถึงสถานศึกษษได้โดยตรง

3) การสมัครในการจัดหาที่พัก: สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาจรวมถึงค่าธรรมเนียมการจัดหาที่พัก ค่ามัดจำหอพัก ค่าบริการรับ-ส่งจากสนามบิน โดยจะคำนวณตามที่สถานศึกษานั้นๆกำหนด แต่ละสถานจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ผู้สมัครชำระตามใบแจ้งหนี้ (invoice) ที่เราออกให้ถึงบจก.ก้อปันกัน โดยทีมงานของเราจะออกหลักฐานการรับเงินให้ ซึ่งเราจะรับมาเพื่อทำการชำระต่อให้กับผู้สมัคร

*ทั้งนี้ก้อปันกันไม่บังคับให้ผู้สมัครใช้บริการจัดหาที่พักของสถาบัน

4) ค่าเล่าเรียน ค่าที่พักและค่าธรรมเนียมอื่นๆ: ผู้สมัครสามารถชำระค่าเล่าเรียน ค่าที่พักและค่าธรรมเนียมอื่นๆที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษาที่เข้ารับการศึกษาได้โดยตรง โดยไม่ต้องชำระผ่านบริษัทของเรา และจะชำระเป็นอัตราเดียวกับการสมัครเข้าศึกษาด้วยตนเอง (ไม่ได้ผ่านบริษัท) 

สำหรับผู้สมัครที่สมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันก้อปันกันเป็นตัวแทนในประเทศแคนาดา โดยใช้บริการของก้อปันกัน หากผู้สมัครเตรียมเอกสารและมีเงื่อนไขตรงตามที่สถาบันกำหนดไว้ โดยทั่วไปแล้วผู้สมัครจะไม่ได้รับการปฏิเสธโดยสถาบัน แต่ถ้าหากการสมัครเข้าศึกษาในสถาบันใดที่มีโอกาสจะถูกปฏิเสธ ทีมงานของเราจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้า

เงื่อนไข: การทำงานในสถานศึกษา (on-campus) สำหรับผู้เรียนในแคนาดา

ผู้เรียนระดับอุดมศึกษาสามารถทำงานในแคมปัสได้ โดยไม่ต้องมี work permit หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

  • เป็นนักเรียนเต็มเวลาในสถาบันระดับอุดมศึกษา (หลังจากจบมัธยมปลายแล้ว)
  • มี study permit ที่ยังคงใช้งานได้
  • มี Social Insurance Number (SIN)

มีใครสามารถจ้างงานคุณได้บ้าง?

  • สถาบันการศึกษา
  • อาจารย์
  • องค์กรนักศึกษา
  • ตัวเอง
  • ธุรกิจเอกชน
  • คู่สัญญาของสถานศึกษาที่ให้บริการในแคมปัส

รายละเอียด work on campus : click ที่นี่

เงื่อนไข: การทำงานนอกสถานศึกษา (off-campus) สำหรับผู้เรียนในแคนาดา

หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ นักเรียนนานาชาติสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องมี work permit

  • มี study permit ที่ยังคงใช้งานได้
  • เป็นนักเรียนเต็มเวลาของสถาบันที่ได้รับการรับรองโดย (DLI : designated learning institution และได้ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรระดับอุดมศึกษาเชิงวิชาการ รวมถึงหลักสูตรวิชาชีพ หรือ หลักสูตรวิชาชีในระดับเทียบเท่ามัธยมปลายเฉพาะใน Quebec)
  • ได้เริ่มเรียนแล้ว
  • มี study permit ที่ระบุไว้ว่าสามารถทำงาน on หรือ off campus ได้
  • กำลังเรียนในหลักสูตรที่จะนำไปสู่วุฒิการศึกษาหรือประกาศนียบัตรที่ใช้เวลาเรียนขั้นต่ำ 6 เดือนขึ้นไป
  • มี Social Insurance Number (SIN)

ทั้งนี้หากไม่ได้เป็นนักเรียนเต็มเวลา ก็สามารถที่จะทำงาน off campus ได้ ในกรณีที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

  • เป็นนักเรียนเต็มเวลามาตั้งแต่เริ่ม
  • กำลังเรียน part-time อยู่ เนื่องจากเป็นเทอมสุดท้ายและไม่จำเป็นต้องเรียนเต็มเวลาเพื่อที่จะจบหลักสูตรที่กำลังศึกษา

*รายละเอียด work off campus – click ที่นี่

เงื่อนไข: การฝึกทำงานช่วง Co-op ในแคนาดา

เนื่องจากบางหลักสูตรการศึกษามีประสบการณ์การณ์การทำงานเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร นักเรียนสามารถสมัครขอใบอนุญาต co-op หรือ intern ได้ ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

  • มี study permit ที่ยังสามารถใช้งานได้
  • การทำงานถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนต่อแคนาดาของคุณ
  • มีจดหมายจากโรงเรียนยืนยันว่าหลักสูตรคุณจำเป็นต้องมีการทำงานเพื่อจบการศึกษา
  • ระยะเวลา co-op หรือฝึกงานไม่มากกว่า 50% ของระยะเวลาในการเรียนตลอดหลักสูตร

คุณจะไม่สามารถขอใบอนุญาตประเภทนี้ได้ถ้า

  • เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส
  • วิชาที่เรียนเป็นวิชาสำหรับการเตรียมเข้าเรียนหลักสูตรอื่นๆ

*รายละเอียด co-op หรือ intern – คลิกที่นี่

การทำงานในแคนาดา 1-3 ปี หลังสำเร็จการศึกษา และการขอสถานะ PR

หลักจากที่สำเร็จการศึกษาระดับที่สูงกว่ามัธยม (post-secondary) แล้ว ผู้เรียนสามารถที่จะทำงานชั่วคราว และขอพักอาศัยในแคนาดาได้อย่างถาวร

การทำงานหลังเรียนจบจะต้องใช้ work permit ซึ่งเรียกว่า Post-graduation work permit (PGWP) ซึ่งหากไม่สามารถสมัครขอ PGWP ได้ และหากได้รับ PGWP และทำงานในแคนาดาอย่างต่อเนื่อง 1 ปีขึ้นไป จะมีคุณสมบัติที่สามารถสมัครขอสถานะผู้พักอาศัยถาวร (Permanent Resident: PR)ในแคนาดาได้

หมายเหตุ:

  • การสำเร็จหลักสูตรการศึกษาเพื่อขอรับ PGWP จะต้องเป็นหลักสูตรที่สูงกว่าระดับชั้นมัธยมเท่านั้น และจะต้องเป็นหลักสูตรการศึกษาของสถาบันรัฐบาลที่ได้รับการรับรองสำหรับ PGWP ซึ่งด้วยทั่วไปแล้ว จะใช้ต้องใช้ระยะเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 1 ปีการศึกษา (ไม่รวมการเรียนปรับภาษา)

สำหรับการสมัครเป็นผู้พักอาศัยถาวร (Permanent Resident: PR) ในแคนาดา จะพิจารณาจากเกณฑ์ดังต่อไปนี้

A) Canadian Language Benchmark (CLB) การระบุถึงความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ หรือ the Niveaux de competence (NCLC) การระบุถึงความสามารถด้านการใช้ภาษาฝรั่งเศส
B) ลิสต์ตำแหน่งงานต่างๆในตลาดแรงงานของแคนาดา โดยแบ่งตามทักษะ 5 ระดับ ได้แก่ 0, A, B, C, D

*รายละเอียดเพิ่มเติม – click ที่นี่