[รีวิว] เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ อัปสกิลสู่โลกการทำงาน! โดย เนย

รีวิว เรียนหลักสูตร ESL และ IELTS ที่ SMEAG
ESL 5 สัปดาห์, IELTS 7 สัปดาห์ (24 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2023)

โดย ‘เนย’ แชร์ประสบการณ์ช่วงว่างจากการทำงานมาอัปสกิล
เรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ 3 เดือน เพื่อโอกาสในโลกการทำงานที่กว้างขึ้น!

เหตุผลที่เลือกเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์?

เนยเริ่มหาข้อมูลเรียนภาษาเพื่อต่อยอดในการทำงานของเราก่อน พอได้หาข้อมูลก็เจอว่าจริง ๆ แล้วคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ไทยเองก็ราคาสูงพอสมควร เมื่อลองเปรียบเทียบกับการที่เราอยากพัฒนาภาษาให้ได้ผลจริง ๆ ผ่านการใช้งานจริง ๆ การไปเรียนต่างประเทศก็เป็นทางเลือกที่เราสนใจ ตอนแรกเลยเราเล็งไว้ที่ออสเตรเลียแต่ถ้ามองในเรื่องของงบประมาณที่นอกจากค่าคอร์สเรียนแล้วยังมีค่ากิน ค่าอยู่ซึ่งที่ออสเตรเลียซึ่งค่อนข้างแตกต่างและสูงกว่าในไทย ทำให้เรามองตัวเลือกอื่น ๆ ที่ค่าครองชีพใกล้เคียงกับไทย เมื่อมองถึงความสมเหตุสมผลในระยะเวลา 3 เดือนที่เราจะไปเรียน ในส่วนของราคาคอร์ส และค่าครองชีพค่าใช้จ่ายทั้งหมด ฟิลิปปินส์จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับเรามากที่สุดค่ะ

เคยเรียนภาษาอังกฤษที่ไหนมาก่อนไหม?

เราเคยลงเรียนคอร์เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์มาก่อน แต่เป็นคอร์สสั้น ๆ ซึ่งหลังจากเรียนจบแล้วเราไม่ได้ใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันจริงเลย ทำให้หลังจากเรียนไปแล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็คือภาษาเราไม่ได้พัฒนาจากเดิมขึ้นสักเท่าไหร่

จำเป็นต้องมีพื้นฐานก่อนไปเรียนไหม?

ในส่วนตัวเราตอนไปเรามีพื้นฐานบ้างอยู่แล้ว คือ สามารถโต้ตอบได้ขั้นพื้นฐาน แต่ถ้าให้อธิบายอะไรยาว ๆ ตอนนั้นยังทำไม่ได้ ซึ่งก็ถือว่าถ้ามีพื้นฐานมาก่อนบ้างอย่างการสั่งอาหารต่าง ๆ ก็ช่วยทำให้สะดวกมากขึ้น แต่ถ้าใครไม่มีพื้นฐานที่นี่พอมาถึงก็จะมีให้สอบวัดเลเวลให้ก่อนอยู่แล้ว เพื่อที่จะได้จัดคลาสให้เหมาะกับเรามากที่สุด เราคิดว่าไม่มีพื้นฐานก็สามารถมาได้นะ

สำเนียงครูฟิลิปปินส์เป็นยังไงบ้าง?

สำเนียงครูที่นี่เทียบกับคน Native ที่พูดภาษาอังกฤษเลย เราคิดว่าสำเนียงฟังง่ายกว่า เพราะเขาจะพูดช้ากว่า ชัดถ้อยชัดคำกว่า ตอนแรกที่มาก็กลัวเหมือนกันว่าจะฟังไม่รู้เรื่องสื่อสารไม่ได้ แต่พอมาถึงแล้วก็คือเราได้ใช้จนเป็นชีวิตประจำวันทั้งพูดคุยกับครู กับเพื่อน กับคนทั่วไป ก็เลยพูดได้และฟังได้มากกว่าที่ตัวเองคิดไว้

รีวิวหลักสูตรที่เลือกเรียนที่ฟิลิปปินส์?

ตอนแรกเราเลือกลงเรียนหลักสูตร ESL ซึ่งครอบคลุมในส่วน Writing, Reading และ Listening สำหรับคนที่อยากปรับพื้นฐานซึ่งมันก็จะมีคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ซึ่งวันแรกที่ไปเค้าจะมีแบบทดสอบวัดเลเวลก่อนว่าเราจะได้อยู่ในเลเวลไหน ตั้งแต่ 0-5 เราได้ A2 หลังเรียนไปทางครูก็แนะนำว่าถ้าเราอยากได้ฟังพูดอ่านเขียน คำศัพท์ที่แอดวานซ์ หรือเรียนเพื่อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจให้ไปเรียน IELTS สรุปแล้วเราก็ได้เรียน ESL 5 สัปดาห์ และ IELTS 7 สัปดาห์

ซึ่งส่วนตัวเราเองก็อยากเรียนเพื่อกลับไปสอบ TOEIC เพื่อใช้ยื่นทำงานในบริษัทต่างชาติอยู่แล้ว แล้วพอได้มาเรียนก็คือเราได้คำศัพท์ที่เราอาจจะไม่ได้พูดในชีวิตประจำวันทั่วไป ได้อธิบายแนวคิดหัดตอบคำถามในหัวข้อที่มีบริบทที่ลึกมากขึ้นอย่างพวกภัยธรรมชาติ และได้หัดเขียน Essay ยาว ๆ หัดฟังสำเนียงแบบเจ้าของภาษาซึ่งเรามองว่าการเรียนในพาร์ทนี้ทำให้พัฒนาขึ้นมามาก ๆ แล้วยิ่งพอออกไปข้างนอกห้องเรียนแล้วยังได้ใช้ภาษาอังกฤษพูดคุยจริง ๆ อีกก็มองว่าพัฒนาขึ้นได้จริง

บรรยากาศคลาสเป็นยังไงบ้าง คนเยอะไหม?

เพื่อน ๆ ในคลาสส่วนใหญ่คุยกันได้ง่ายมาก ไม่ได้แบ่งแยกทั้งอายุและเชื้อชาติ เพราะอย่างเราอายุ 27 เพื่อน ๆ ในคลาสก็จะมีช่วงอายุตั้งแต่ 19 – 30 ปี แต่ก็เป็นเพื่อนกันได้หมดแค่เราเปิดใจคุย ซึ่งเพื่อนทั้งโรงเรียนส่วนใหญ่เราให้เลยว่า 70% เป็นคนญี่ปุ่น ที่เหลือจะเป็นคนเกาหลี คนเวียดนาม แต่จะไม่ค่อยมีคนไทยเท่าไหร่ น่าจะเป็นช่วงปิดเทอมของญี่ปุ่นพอดีทำให้มาเรียนภาษากันที่นี่เยอะ

ส่วนห้องเรียนตอนแรกที่เราเรียน ESL ก็จะมีคลาส Listening & Speaking ที่จะเป็นคลาสตัวต่อตัว นอกจากนั้นก็จะเป็นกลุ่มแต่ห้องหนึ่งก็มีกันประมาณ 4 คน ส่วนตอนเราย้ายมาเรียน IELTS ก็จะมีแยก คลาส Listening กับ คลาส Speaking และคลาส Writing เป็นแบบ 1:1 ส่วน Reading จะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ มีแค่ 4 คน

วิชาที่ชอบที่สุด และวิชาที่ชอบน้อยที่สุด?

วิชาที่ชอบ Speaking ของคอร์ส IELTS เพราะว่าเราชอบที่มันไม่ได้เครียดมาก เพราะเราจะไม่ได้คุยแต่หัวข้อในข้อสอบเท่านั้น แต่คุณครูยังชวนคุยหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจในชีวิตประจำวัน ก็เป็นช่วงที่ได้ทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นและฝึกพูดไปพร้อมกัน

ส่วนวิชาที่เราไม่ค่อยชอบ คือ Writing ซึ่งจริง ๆ แล้วคุณครูสอนดีนะ แต่ซีเรียสนิดนึงเลยยกให้เป็นวิชาที่ชอบน้อยที่สุดก็แล้วกันค่ะ

รีวิว SMEAG CAPITAL CAMPUS ที่ฟิลิปปินส์?

ความปลอดภัย
ที่นี่ความปลอดภัยถือว่าดีเลยค่ะ เพราะเวลาที่เราจะเข้าออกจะต้องแลกบัตรกับรปภ.หน้าหอทุกครั้ง แล้วก็มีการเคอร์ฟิวเข้าหอไม่เกินสี่ทุ่ม แต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้นะคะ ถ้าอยากพักค้างคืนก็มีใบให้เขียนขออนุญาตก่อนค่ะ

บริการซักแห้ง
บริการซักแห้งของที่นี่เราไม่ต้องไปรับเองเลย แค่ส่งซักอย่างเดียวซึ่งส่งได้ที่ชั้น 1 ได้ทุกวันไม่เกินสามทุ่ม ถ้าซักเสร็จแล้วจะมีบริการส่งคืนถึงหน้าห้องเลย ถือว่าสะดวกมาก ๆ แต่อาจจะใช้เวลานานหน่อยประมาณ 4-5 วัน แนะนำให้วางแผนเผื่อเวลาสำหรับการซักผ้าที่นี่นิดนึงก็จะดีเลยค่ะ

สัญญาณอินเตอร์เน็ต
ที่สถาบันจะมี Wifi ให้ใช้ได้เฉพาะบริเวณทีจัดไว้ให้ ก็จะใช้ได้ที่ Study Room, Cafe, Gym แต่ถ้าอยากใช้เน็ตที่ห้องต้องใช้เน็ตมือถือหรือซื้อ Pocket wifi ของสถาบันได้ค่ะ แต่ติดนิดนึงตรงที่อินเตอร์เน็ตที่ฟิลิปปินส์ช้ามาก บ้านเราดีกว่าเยอะมาก บางที่ก็ไม่มีสัญญาณเลยก็มีค่ะ

Facility ของสถาบัน
สถาบันมีคาเฟ่อยู่ แต่ส่วนตัวไม่ค่อยได้ไปเพราะว่าคนค่อนข้างเยอะ เพราะทุกคนจะชอบนัดเพื่อนกันที่นี่ เราเลยชอบนั่งเล่นที่ Study room มากกว่าค่ะ ส่วนยิมก็เครื่องเล่นโอเคค่ะคนใช้ไม่มากเลยไม่ต้องแย่งกัน

อาหารที่โรงเรียน
ส่วนใหญ่เค้าเน้นมัน เลี่ยน ของทอด หมูสามชั้น สปาเกตตี้ขายที่ฟิลิปปินส์เยอะ เราไม่ค่อยชอบเพราะรสชาติจะออกไปทางหวานและค่อนข้างเลี่ยน แต่ถ้าเป็นช่วงวันสุดสัปดาห์เราก็จะออกไปทานข้างนอกตามห้าง ราคาเท่า ๆ ในห้างไทย100 บาท/จาน เดินมาหน้าปากซอยจากสถาบันก็เรียก Taxi ไปห้างได้เลย

วันหยุดที่เมืองเซบูเป็นยังไงบ้าง?

เราประทับใจธรรมชาติที่เมืองเซบูมาก วันเสาร์-อาทิตย์ก็จะนัดเที่ยวธรรมชาติกันกับเพื่อน ๆ ออกไปเที่ยวธรรมชาติที่แรกที่เราไปทะเลออสลอบ (Oslob) ตอนแรกไม่ได้คาดหวังเลยแต่ไปแล้วประทับใจมาก ๆ ได้ทำ Activity อย่าง ดำน้ำตื้นบนเกาะ ดูฉลามวาฬ แล้วทะเลเค้าน้ำใสมาก ๆ แล้วก็ได้ไปที่น้ำตกคาวาซาน (Kawasan Falls) ที่เราชอบคือตอนที่ได้โดดน้ำ ที่นี่เค้าจะมีน้ำตก 3 ชั้นแล้วให้เรากระโดดไล่ระดับลงมาเรื่อย ๆ ซึ่งแปลกใหม่แล้วก็สนุกดีค่ะ

สภาพแวดล้อมเมืองเซบูเป็นอย่างไร ?

ถ้าให้อธิบายให้เห็นภาพคือที่นี่ไม่ได้เท่ากับกรุงเทพฯ บ้านเรา แต่จะเป็นตัวเมืองต่างจังหวัดที่เจริญแล้วมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีห้าง มีคาเฟ่ แล้วก็มีทะเลล้อมรอบ เท่าที่รู้คือถ้าเราอยากจะข้ามจังหวัดต้องนั่งเครื่องบินไปค่ะ

รีวิวการเดินทางออกไปเที่ยวข้างนอก

แนะนำให้เรียก Grab ค่ะ เพราะถ้าเรียก Taxi เองเค้าอาจจะคิดเราเพิ่มค่ะ แล้วก็แนะนำให้ไปกับเพื่อนจะได้หารกันไม่แพงมากค่ะ อย่างวันปฐมนิเทศทางโรงเรียนก็บอกเลยว่าถ้าเวลาขึ้น Taxi ให้ถามก่อนเลยว่ากดมิเตอร์ไหมด้วยค่ะ เพราะบางทีหนูเคยไปห้างกับเพื่อน พอเห็นว่าเราเป็นต่างชาติก็จะขอเหมาตรงนี้ก็ควรระวังค่ะ

รีวิวกิจกรรมวันหยุดที่เซบู

ทริปที่ดีและแนะนำที่สุดคือ ทุกคนต้องไปว่ายน้ำกับฉลามวาฬที่ Oslob ค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ราคาถ้าไปกับเพื่อนหลาย ๆ คนก็จะตกคนละ 1,500 บาท รวมการเดินทาง อาหารกลางวัน ว่ายน้ำที่ Oslob และเที่ยวน้ำตก Kawasan แล้วค่ะ นอกจากนี้จะมีทัวร์ 1 Day Trip ไปสวนดอกไม้ ไปสถานที่ฮิต ๆ อย่างวัดและโบสถ์ที่ขึ้นชื่อในเซบู ตอนนั้นหารกับเพื่อน 6 คน ตกแค่คนละ 500 – 600 บาทเองค่ะ ส่วนห้าง ร้านอาหาร เหมือนที่ไทยเลยค่ะ นึกว่าอยู่ไทยราคาบางอย่างถูกกว่าที่ไทยอีกค่ะ

บรรยากาศที่เซบูเป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยไหม ?

ถามว่ารู้สึกปลอดภัยไหม สำหรับหนูไม่ค่อยเลยค่ะ ถ้าไปข้างนอกแนะนำให้ไปกับเพื่อน ๆ เป็นกลุ่ม ถ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็สวยค่ะ แต่ถ้าเดินทางคนเดียวชุมชนข้างนอกไม่ค่อยแนะนำเลยค่ะ เพราะไฟตามทางค่อนข้างน้อยมาก แอบเปลี่ยว ถนนไม่ค่อยมีไฟจราจรเท่าไหร่

ค่าครองชีพแพงไหม?

ค่าครองชีพพอๆ กับประเทศไทยเลย ค่าอาหารในห้างก็ประมาณ 100 บาท ส่วนอาหารทั่วไปก็ใกล้เคียงกับในไทย ไม่ต้องปรับตัวมากเท่าไหร่ค่ะ แต่ตอนไปเราคิดผิดเรื่อง Pocket Money ตรงที่ที่พกเงินไปน้อยค่ะเพราะคิดว่าจะใช้บัตรเดบิตกดเอา แต่ว่าค่าธรรมเนียมแพงในการกดแต่ละครั้งไม่คุ้มเท่าไหร่ประมาณ 100 บาท/ครั้ง แต่ปกติใช้เดือนละประมาณ 10000 เปโซค่ะ (ประมาณ 6000 บาท) เพราะว่าไปเที่ยวเกือบทุกอาทิตย์เลย ถ้าไม่ได้เที่ยวมาก 10000 เปโซ/เดือน เหลือ ๆ เลยค่ะ เพราะว่าทานข้าวที่โรงเรียนแทบไม่ได้ใช้เงินเลย

สิ่งที่ประทับใจและไม่ประทับใจที่เซบู?

สิ่งที่ประทับใจ คือ ผู้คนที่นี่เฟรนด์ลี่มาก ยิ่งเห็นว่าเราเป็นชาวต่างชาติเค้าก็ดูแลดี ยิ้มแย้มกับเราดีค่ะ และเราชอบธรรมชาติของที่นี่มาก ๆ ถ้ามีโอกาสได้มาก็แนะนำให้ลองออกไปเที่ยวธรรมชาติดูแล้วจะแฮปปี้แบบเรา ส่วนในสถาบันเองเพื่อน ๆ ก็ใจดีกับเรามากเราพูดคุยได้ไปเที่ยวเอ็นจอยที่ได้เจอคนดี ๆ ค่ะ

ส่วนสิ่งที่ไม่ประทับใจ ที่อยากจะแอบขอเตือนไว้สำหรับคนที่ชอบออกไปเที่ยวช่วงวีคเอนเราจะมีต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะซึ่งที่นี่ก็มีรถอำนวยความสะดวกทั้ง Grab, Jeepney เป็นรถสองแถว และแท็กซี่ แต่เราเคยเจอแท็กซี่เรียกเก็บเงินเกินมิเตอร์ แนะนำว่าพอขึ้นรถไปแล้วให้สังเกตดี ๆ ว่ากดมิเตอร์หรือยัง บางทีเค้าก็ทำเนียนไม่กด แล้วเราเคยเจอขอเก็บเงินเพิ่มเพราะบอกว่าจากที่เที่ยวที่เราเรียกมากับที่สถาบันมันไกล จะขอเพิ่มอีก 100 แต่เราก็ไม่อยากเถียงอะไรเลยขอเค้าต่อไป แนะนำให้ระวังตรงนี้ ส่วนที่นี่บางจุดในเมืองอาจจะไม่ค่อยสะอาดซึ่งต่อให้มีถังขยะก็อาจจะเจอขยะวางข้าง ๆ ถังขยะได้ค่ะ (5555)

รีวิว ‘ก้อปันกัน’ ให้ฟังหน่อย?

เริ่มตั้งแต่ก่อนไปเราเดินทางผ่านตม.ฟิลิปปินส์ไปได้อย่างไม่ติดขัดอะไร เพราะได้คำแนะนำทุกอย่างจากก้อปันกัน ซึ่งที่นี่จะมีเว็บ Portal ที่เอาไว้อัปเดตข่าวสาร เอกสารต่าง ๆ ที่ต้องเตรียม และมีไกด์สคริปต์คำถามสำหรับคุยกับตม. ซึ่งพอไปเจอตม.ก็เป็นไปตามที่ได้ไกด์ ทำให้ผ่านไปได้อย่างง่าย ๆ ค่ะ

ส่วนตอนที่อยู่สถาบันก็ติดต่อได้ผ่านไลน์ เจ้าหน้าที่ตอบเร็ว เราก็อยู่ที่นั่นได้อย่างสบายใจไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเราก็รู้สึกว่าโอเคมากตัดสินใจถูกที่เลือกเอเจนซี่นี้

สุดท้ายภาษาอังกฤษอัปสกิลไปตามที่หวังไหม?

สำหรับเราการเรียนไปใช้ภาษาไปเห็นผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชัดเจนมาก บวกกับคอร์สที่เราเรียน IELTS เพื่อกลับมาสอบแล้วทำให้เราฟัง พูด อ่าน เขียนในสกิลที่อัปเกรดไปกว่าเดิม มากกว่าคำศัพท์ในชีวิตประจำวันทั่ว ๆ ไป อธิบายอะไรยาว ๆ ได้อย่างลุ่มลึกมากขึ้น ทำให้เนยคิดว่าการมาเรียนที่ฟิลิปปินส์รอบนี้ได้พัฒนาภาษาอังกฤษไปได้กว่าที่เราคิดไว้มากเลยค่ะ มากกว่าที่เราคาดหวังไว้ซะอีก

เพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาบัน SMEAG

Photo Credits : เนย
# รีวิว เรียนหลักสูตร ESL และ IELTS ที่ SMEAG โดย เนย

ขอรับคำปรึกษา

 

เรียนต่อแคนาดา อเมริกา

Line : @korpungun

เรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์/คอร์สออนไลน์

Line : @kpglearn

TEL: 094-883-8778

JOIN

นัดหมายพูดคุยผ่าน