[รีวิว] เรียนหลักสูตร Speaking Master8 ที่ JIC Premium Campus โดยคุณชิน

รีวิว เรียนหลักสูตร Speaking Master8 ที่ฟิลิปปินส์
ระยะเวลา 4 สัปดาห์ (05 May – 01 June 2024)
กับสถาบัน JIC Premium Campus โดยคุณชิน

ทำไมถึงสนใจไปเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์?

ผมมีเวลาจำกัด แค่ประมาณ 1 เดือนถึงเดือนครึ่ง ถ้าผมเลือกไปเรียนที่ยุโรป เวลาอาจจะน้อยเกินไปและอาจจะไม่ค่อยได้อะไร แต่ฟิลิปปินส์มีจุดเด่นตรงที่เรียนแบบตัวต่อตัว ทำให้ผมเลือกไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ครับ

ซึ่งต้องขอบคุณเพื่อนสุดหล่อของผมเลยครับ เขาใช้บริการของ KPG มาก่อน แล้วก็แนะนำผมว่า “ลองไปดูงานอีเวนต์ที่สยามไหม เขามีแนะนำเรื่องเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์อยู่” ผมเลยเริ่มสนใจ จากนั้นก็หาข้อมูลเพิ่มเติมเองก่อนว่าไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ดียังไงบ้าง เจอรีวิวเยอะมาก คนไทยก็ไปเรียนกันเยอะจริง ๆ ครับ

จากในงาน Study English in the Philippines by KPG Learn มีหลายสถาบันมาให้ได้พูดคุย ทำไมถึงเลือกเรียนที่ JIC?

ผมมองว่าจังหวัดที่ผมอยู่ (ชลบุรี) ก็อยู่ติดทะเลอยู่แล้ว ผมเลยอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ ไปอยู่ในที่อากาศเย็น ๆ บ้าง พอดูข้อมูลจากในงาน ดูจากสถานที่เรียน ผมเห็นว่า JIC เพิ่งเปิดใหม่ ก็เลยคิดว่าน่าจะมีอะไรที่ดีกว่า เพราะเพิ่งเสร็จใหม่เลยครับ

มีความกังวลก่อนการไปเรียนไหม?

ผมกังวลเรื่องการใช้ชีวิตครับ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศนานถึง 1 เดือน ปกติถ้าไปเที่ยวก็แค่อาทิตย์หรือสองอาทิตย์ แล้วทริปนี้ก็ไปกันแค่ 2 คนกับเพื่อน ก็เลยกังวลเรื่องการใช้ชีวิต อาหาร การเดินทาง ว่าจะเป็นยังไง แต่พอไปจริงๆ แล้วกลับรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเลยครับ ทุกอย่างโอเคกว่าที่คิดไว้เยอะ อาจเพราะผมเป็นผู้ชายด้วย เลยปรับตัวง่าย ไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ครับ

จุดมุ่งหมายในการไปเรียนครั้งนี้คืออะไร?

เป้าหมายของผมคือการได้เพื่อนต่างชาติ และการพัฒนาภาษาอังกฤษของตัวเองจากระดับนี้ให้ดีขึ้น ซึ่งตอนอยู่ในไทยผมรู้สึกว่าไม่ค่อยมีโอกาสในการฝึกภาษากับคนต่างชาติ ผมอยากเจอตัวจริงๆ เเละคุยกันมากกว่า คุยผ่านช่องทางอื่นๆ แต่พอมาฟิลิปปินส์มันทำให้ผมได้โอกาสในการพบปะและเรียนรู้จากเพื่อนๆ ที่มาจากหลายประเทศ ทำให้ผมสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้นและเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ

พอเรากลับไทยถ้าเรายังคุยกับเพื่อนอยู่สม่ำเสมอ เราก็ยังพัฒนาภาษาอังกฤษเราได้อยู่ถึงแม้ว่าจะอยู่ที่ไทยด้วยครับ

การผ่านตม.ที่มะนิลาเป็นอย่างไร?

สำหรับผมเขาแทบไม่ดูอะไรเลยครับ ผมยื่นเอกสารจากโรงเรียนให้เขา เขาไม่ถามอะไรด้วย ก็ผ่านมาง่ายๆ ดูแค่หน้าผมกับเอกสารก็ให้ผ่านเลยครับ

เล่าประสบการณ์การเดินทางไปบาเกียว?

การเดินทางไปบาเกียวต้องบอกตรงๆ ว่ามีจุดที่ควรปรับปรุงครับ โดยเฉพาะรถตู้ที่มารับจากสนามบิน ผมรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย ทั้งๆ ที่ปกติเป็นคนไม่เมารถเลยนะครับ อาจเป็นเพราะนั่งนานด้วย แล้วถนนก็ค่อนข้างคดเคี้ยวและไม่เรียบเท่าไหร่ โช๊คของรถก็ดูจะย้วยๆ ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว ทำให้เมารถง่าย ผมแนะนำว่าใครที่จะไปบาเกียวครั้งแรกควรเตรียมยาแก้เมารถติดตัวไปด้วยครับ เผื่อไว้จะดีกว่า

ขากลับผมเลือกนั่ง JoyBus แทน ซึ่งรู้สึกสะดวกสบายกว่ามากเลยครับ รถนิ่ม ที่นั่งสบาย มีแอร์เย็นๆ และไม่เวียนหัว ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง จากบาเกียวถึงสนามบิน คล่องตัวกว่าตอนขามามากเลยครับ

หลักสูตร Speaking Master8 เป็นอย่างไรบ้าง?

หลักสูตรนี้เน้นการฝึกพูดเป็นหลักเลยครับ ทุกคาบที่เรียนอาจารย์จะฝึกให้อ่านออกเสียง พูดโต้ตอบเหมือนเป็นบทสนทนาจริงกับอาจารย์ บรรยากาศการเรียนก็สบาย ๆ แต่ได้ฝึกจริงจังครับ ที่ผมชอบมากคือจะมีการ Present ทุก ๆ 2 สัปดาห์ ทำให้เราได้ฝึกพูดในหลากหลายสถานการณ์ ทั้งตอนพูดกับอาจารย์แบบตัวต่อตัว หรือพูดหน้าห้องให้เพื่อนฟัง ซึ่งมันช่วยให้ผมพูดได้คล่องและเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ

ซึ่งตอนไปผมก็ไม่ได้มั่นใจในสำเนียงตัวเองเท่าไหร่ครับ แต่พอไปเรียนแล้วอาจารย์เขาก็คอยย้ำเราตลอดว่าคำนี้ต้องออกเสียงอย่างนี้นะ ให้ออกเสียงให้ถูกต้อง ถ้าเราออกเสียงไม่ถูกเขาก็จะคอยย้ำคอยปรับให้ออกเสียงให้ถูก ไม่ปล่อยผ่าน ซึ่งไม่ได้มีความรู้สึกกดดันเลยครับ เรียนสนุกทุกคาบครับ

สำเนียงของครูฟิลิปปินส์เป็นอย่างไรบ้าง?

สำหรับผมนะครับ ผมว่าฟังเข้าใจได้นะครับ สำเนียงของครูฟิลิปปินส์จะคล้าย ๆ กับที่เราเคยเรียนในโรงเรียนที่ไทยที่เป็นฝรั่งเลย อาจจะมีความแตกต่างบ้างในเรื่องการออกเสียงของครูแต่ละคน แต่ไม่ได้เยอะจนทำให้ฟังไม่รู้เรื่องครับ โดยรวมแล้วโอเคมาก และช่วยให้เราปรับตัวกับภาษาอังกฤษได้ดีครับ

การสอนของครูที่ประทับใจ?

สิ่งที่ผมประทับใจมากคือ ครูไม่ปล่อยผ่านเวลาที่เราพูดผิดครับ ต่างจากที่เคยเรียนที่อื่น ถ้าเราออกเสียงแบบสำเนียงไทย บางที่เขาจะปล่อยไปเพราะเขาฟังออกเเต่ไม่ใช่การออกเสียงที่ถูกต้อง แต่ที่นี่ ครูจะคอยแก้และย้ำวิธีการพูดที่ถูกต้องให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสำเนียง หรือการออกเสียงผิด ครูเขาใส่ใจรายละเอียดมาก ไม่ได้ดุ และบอกให้เราค่อยๆ ออกเสียงใหม่ ซึ่งช่วยให้เราพัฒนาการพูดได้เร็วขึ้นจริง ๆ ครับ

ประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษที่ผ่านมากับการมาเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ?

ก่อนหน้านี้ผมเคยเรียนหลักสูตร EP (English Program) ที่ไทยครับ เน้นเรื่องแกรมม่าและคำศัพท์เป็นหลัก แต่ไม่ค่อยได้ฝึกการสนทนาจริงจัง สำเนียงที่ได้ก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่พอมาเรียนที่ JIC ฟิลิปปินส์ ผมรู้สึกต่างออกไปเลยครับ ที่นี่เขาสอนครบทุกอย่าง ทั้งสำนวน (Idioms), การออกเสียง, คำศัพท์ รวมถึงการใช้ภาษาในสถานการณ์จริง ๆ ส่วนตัวผมฟังภาษาอังกฤษเข้าใจอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้เวลาจะตอบกลับ ผมจะคิดนาน คิดว่าจะเรียงแกรมม่าแบบไหนดี พอเรียนที่นี่ได้สักพัก รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นเยอะเลยครับ คิดและตอบได้เร็วขึ้น

วันหยุดสุดสัปดาห์ได้ไปเที่ยวไหนหรือทำอะไรบ้างไหม?

เสาร์-อาทิตย์ส่วนใหญ่ผมก็จะออกไปเที่ยวกับเพื่อนครับ ก่อนจะไปก็จะหาข้อมูลไว้ก่อนว่าแถวนี้มีที่เที่ยวที่ไหนน่าสนใจบ้าง หรือบางทีก็ถามอาจารย์ที่โรงเรียนว่าแนะนำที่ไหน ซึ่งอาจารย์ก็ช่วยแนะนำทั้งที่เที่ยวและวิธีการเดินทางครับ

ผมไปเที่ยวทุกอาทิตย์เลยครับ! แต่อาทิตย์แรกยังไม่ค่อยรู้จักที่ไหน เลยไปแค่ห้าง SM ในเมือง แต่พอเริ่มมีเพื่อน ก็ได้ออกไปเที่ยวที่ไกลขึ้น สนุกมากครับ ได้ทั้งเที่ยวทั้งฝึกภาษาไปในตัวเลย

มีสิ่งที่ประทับใจและไม่ประทับใจอะไรบ้างไหม?

สิ่งที่ผมประทับใจมากคือ บรรยากาศที่โรงเรียนดีมากครับ ทั้งเพื่อน ทั้งอาจารย์ ทุกคนเป็นกันเอง คุยง่าย สนิทกันเร็ว อากาศดี แล้วพื้นที่ส่วนกลางของ JIC ก็ดีครับ มีกิจกรรมให้ทำเยอะ เครื่องเล่นต่างๆ ก็สนุกดี ผ่อนคลายจากการเรียนได้เยอะเลย

จริงๆ ข้อดีของโรงเรียนก็มีเยอะนะครับ เจ้าหน้าที่โรงเรียนที่ออฟฟิศเขาก็คอยซัพพอร์ทดี ขออะไรไปก็ได้เลย หรือติดต่อเรื่องอะไรเขาก็พยายามที่จะทำให้ครับ ข้อที่ไม่ประทับใจ ก็มีบ้างครับ อย่างเรื่องอุปกรณ์ในโรงเรียน เช่น ไม้ปิงปอง ตอนวันแรกที่ผมเล่นยังปกติดีอยู่ แต่วันต่อมาเหมือนมีคนใช้แล้วไม่ดูแล ไม้ปิงปองก็เสียหายนิดหน่อยครับ

อีกเรื่องคือ ตอนที่ผมไปเรียนนักเรียนไทยยังน้อย ทำให้ ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไทยหรือผู้ช่วยนักเรียนไทยประจำอยู่ที่นั่น บางทีผมรู้สึกว่าได้ข่าวสารหรือข้อมูลต่างๆ จากเพื่อนญี่ปุ่นก่อนที่จะได้จากโรงเรียนโดยตรง แต่ผมก็เข้าใจนะครับ เพราะตอนนั้นนักเรียนไทยยังไม่เยอะเท่าญี่ปุ่นหรือเกาหลี

จากที่ไปเรียน มีวิชาที่ชอบและไม่ชอบไหม?

วิชาที่ชอบมากคือ วิชา Essential ครับ เป็นวิชาที่ให้อ่านเรื่องราวแล้วให้สรุปเนื้อหาว่าเรื่องที่อ่านมีอะไรบ้าง ซึ่งในระหว่างที่อ่านก็จะมีคำศัพท์และสำนวนแทรกอยู่ข้างใน ทำให้เรามีโอกาสเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และการสรุปเนื้อหาทำให้เราเข้าใจเรื่องได้ลึกซึ้งขึ้นครับ

ส่วนวิชาที่ไม่ค่อยชอบคือ วิชา Discussion & Debate ครับ เพราะอาจารย์จะเลือกหัวข้อที่ค่อนข้างเฉพาะทาง เช่น เรื่องกลุ่มราศี ดวงดาว ความเชื่อของคนจีน ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นคำศัพท์ที่ไม่ค่อยนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเท่าไหร่ อยากได้คำศัพท์ที่ใช้งานได้บ่อยๆ ใช้คุยในชีวิตประจำวันได้มากกว่านี้ครับ ซึ่งในช่วงสัปดาห์ท้ายๆผมก็บอกอาจารย์ให้เปลี่ยนหัวข้อที่มันเอาไปใช้ได้จริงมากขึ้นครับ เพราะเนื้อหาที่เรียนๆ ไปผมไม่ค่อยได้นำไปใช้ครับ

ได้ข่าวว่าการบ้านเยอะ เล่าให้ฟังหน่อยเยอะแค่ไหน?

การบ้านที่ได้รับในหลักสูตรของผมค่อนข้างเยอะครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์แต่ละท่านด้วย ส่วนตัวผมการบ้านจะไม่หนักมาก เช่น การเขียนแค่หน้าเดียวในแต่ละวัน อาจารย์มักจะตั้งคำถามมาให้เราแสดงความคิดเห็นผ่านการเขียน 5 ประโยค ซึ่งผมก็เขียนไปเรื่อยๆ ในวิชา Essential การบ้านจะเยอะหน่อย เพราะต้องใช้สำนวนในการแต่งประโยค หรือจะต้องใส่สำนวนเข้าไปในประโยคที่เราสร้างขึ้นมา รวมถึงเเบบฝึกหัดในหนังสือตามที่อาจารย์ให้ทำครับ อย่างไรก็ตาม ถ้าผมไม่ทำการบ้าน อาจารย์ก็จะเพิ่มการบ้านให้มากขึ้น ฮ่าๆ แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหา เพราะมันเหมือนเป็นการฝึกตัวเองและช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษได้ดีครับ เพราะจริงๆ ถ้าเราไม่ได้อยากได้การบ้านก็บอกอาจารย์ได้นะครับ

อาหารที่ JIC เป็นอย่างไรบ้าง?

เริ่มแรกผมก็ทานน้อยๆ เพราะไม่คุ้นเคยกับรสชาติ แต่พอเริ่มทานไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชินกับรสชาติที่นี่ โดยทั่วไปอาหารจะไม่ค่อยมีรสจัดเท่าไหร่ ซึ่งส่วนตัวผมชอบทานเผ็ดนิดหน่อย แต่ที่นี่มักจะออกเค็มมากกว่าครับ ตอนแรกก็ทานยากนิดหน่อย แต่พอหลังๆ ก็เริ่มชินกับรสชาติแล้วครับ ก็เลยทานเยอะขึ้น จนเบิ้ลทุกมื้อเลยครับ ทาน 2 จานทุกวันเลยครับ

สภาพแวดล้อมในเมืองบาเกียวเป็นอย่างไรบ้าง?

สภาพแวดล้อมในเมืองบาเกียวคล้ายๆ กับเมืองไทยนิดนึงครับ เช่น ร้านขายของที่บางร้านอาจจะดูโทรมๆ กว่าบ้านเรานิดนึง แต่ว่าโดยรวมก็อยู่ได้ไม่มีปัญหาครับ ส่วนร้านสะดวกซื้อบางแห่ง ขนมก็อาจจะดูเก่าไปนิดหน่อย มีฝุ่นหน่อย แต่ก็สามารถเลือกซื้อได้ ถ้าเลือกดีๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ

การเดินทางในเมืองบาเกียว?

สำหรับผมไม่ยากเลยครับ เราสามารถเสียเงินให้โรงเรียนจัดรถไปส่งที่ห้าง SM ได้ครับ ส่วนใหญ่ผมก็เรียก Grab เวลาจะไปไหน แค่ต้องระวังเรื่องการโดนโกงเงินนิดหน่อย ถ้าเป็นแท็กซี่บางทีถึงที่หมายแล้วแท็กซี่ยังไม่จอด หรือมีการวนอยู่บ้างเพื่อเพิ่มค่ามิเตอร์ครับ ส่วน Grab ผมเลือกให้ตัดเงินผ่านบัตร เขาไม่กดสรุปราคาตอนที่ผมอยู่ในรถ แต่พอผมลงจากรถไปแล้วเขาค่อยกดสรุปราคาเพิ่มมาอีกประมาณ 200 เปโซครับ ผมก็ถือว่าได้เรียนรู้ไปเป็นประสบการณ์ครับ นั่งหลายรอบก็โดนเกือบทุกรอบเลย ผมเลยคิดว่า แนะนำเรียกแท็กซี่จะดีกว่าครับเพราะเเท็กซี่ราคาจะถูกกว่าครับ

อีกอย่าง JIC อยู่ไกลจากตัวเมืองบ้าง บางครั้งเลยต้องใช้บริการรถสาธารณะอย่าง Jeepney ครับ ราคาถูกมาก ฟีลรถสองแถวบ้านเรา มันก็จะเบียดๆ หน่อยนะครับ ผมจะสอบถามวิธีการเดินทางจากครู ซึ่งมันสะดวกมากครับ เพราะถ้าสงสัยว่าจะไปลงที่ไหนก็สามารถถามคนบนรถได้เลย ทุกคนก็น่ารักและให้คำแนะนำดีมากครับ แถมรถ Jeepney ก็ผ่านโรงเรียนบ่อยๆ ด้วยครับ

จากระยะเวลา 4 สัปดาห์ของการเรียน รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นอย่างไรบ้าง?

ผมรู้สึกว่าผมมีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้นครับ กล้าพูดกับคนทั่วไปมากขึ้น จากที่เมื่อก่อนไม่ค่อยกล้าคุยกับชาวต่างชาติ พอได้มาเรียนที่ฟิลิปปินส์ 4 สัปดาห์ แม้จะดูเป็นเวลาสั้นๆ แต่ผมได้อะไรกลับไปเยอะ ทั้งแนวทางการเรียนรู้ด้วยตัวเอง หลักการใช้ภาษา การออกเสียง รวมถึงสำเนียง ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคตครับ

เพื่อนที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?

เพื่อนที่ผมสนิทที่สุดระหว่างเรียนก็จะเป็นเพื่อนชาวญี่ปุ่นครับ เพราะว่ารูมเมทของผมเองก็เป็นคนญี่ปุ่น 2 คน และต้องบอกเลยว่า โชคดีมาก ที่ได้เจอพวกเขา ถึงแม้ว่าเขาจะอายุมากกว่าผม แต่กลับไม่ถือตัวเลย เราอยู่กันแบบเพื่อนปกติเลยครับ ไม่ต้องมีคำว่า “พี่” ไม่ต้องพูดเพราะๆ แบบที่ไทย สนิทกันจนทุกวันนี้ยัง ติดต่อกันตลอด ยังโทรคุยกัน วิดีโอคอลหากัน

ตอนแรกแอบคิดว่าเพื่อนอาจจะเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เพราะเห็นจากป้ายชื่อหน้าห้อง ก็เตรียมใจเอาไว้ว่าเขาอาจจะไม่คุยกับเรามากนะ แต่พอได้อยู่ด้วยกันจริงๆ กลับน่ารักมาก คอยแบ่งขนมกันกิน จัดปาร์ตี้ขนม จับฉลากเล่นกันแบบสนุกๆ มีน้ำใจและคอยเอาใจใส่กัน

เขายังพูดด้วยนะครับว่าอยากมาเที่ยวไทย ผมก็บอกเลยว่า ถ้ามาไทยต้องบอกนะ เดี๋ยวพาเที่ยวเอง! แล้วเพื่อนก็ชวนผมไปเที่ยวญี่ปุ่นเหมือนกัน เขาอยู่ที่โอซาก้า ถ้ามีโอกาสไปผมก็อยากไปหาเขาเหมือนกันครับ มันประทับใจมากจริงๆ ตอนกลับพวกเขาก็มายืนส่งผมกับโฟล์ค กอดลากันหน้า JIC ครับ อีกอย่างเขามีของขวัญให้ผมกับโฟล์คด้วยครับ เป็นเสื้อที่มีข้อความเขียนไว้ ก็มานั่งอ่านในรถเเท็กซี่ พออ่านแล้วก็นั่งร้องไห้อยู่ในรถกับโฟล์คสองคนครับ

ก่อน-หลังไปฟิลิปปินส์ ความรู้สึกเปลี่ยนไปยังไงบ้าง?

ก่อนผมไป ผมก็คาดหวังว่าเมืองจะเจริญกว่านี้นิดนึงครับ คิดว่าอาจจะคล้ายๆ เมืองใหญ่ในไทย แต่พอไปถึงจริงๆ บางจุดในเมืองก็ดูโทรมกว่าที่คิดไว้บ้าง โดยเฉพาะร้านค้าหรือบริเวณชานเมือง แต่ มันก็อยู่ได้สบายเลยครับ ไม่ได้ลำบากอะไร แค่ต้องปรับมุมมองนิดนึง ซึ่งผมคิดว่า ถ้านักเรียนคนอื่นจะไป ก็ควรบอกไว้ก่อน เพื่อเตรียมใจว่าอาจจะไม่หรูหราแบบบ้านเรา แต่ก็ ปลอดภัยดีครับ เมืองบาเกียวเองเป็นเมืองที่มี นักเรียนเยอะมาก โดยเฉพาะนักเรียนจากญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่ ค่อนข้างปลอดภัย จะเดินทางไปไหนก็สะดวก คนท้องถิ่นน่ารัก ใจดี พร้อมช่วยเหลือ

ความปลอดภัยในเมืองบาเกียว ประเทศฟิลิปปินส์?

ในโรงเรียนมีระบบดูแลความปลอดภัยที่ดี เช่น การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวประมาณตี 1 สำหรับ ศุกร์เสาร์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน และเพื่อให้ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนเข้าเรียนในวันถัดไป

ตลาดกลางคืนและสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองบาเกียวก็ปลอดภัยสำหรับนักเรียน สามารถไปเดินเล่นหรือหาของกินได้โดยไม่ต้องกังวลมาก แต่เวลาเข้าห้องน้ำข้างนอกก็อาจจะสกปรกนิดนึง ก็แนะนำให้เตรียมทิชชู่เปียกไปด้วยครับ

คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์?

ถ้ากำลังตัดสินใจอยู่ ผมแนะนำให้ลองไปเรียนอย่างน้อย 2-3 เดือนจะคุ้มค่ามาก ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรเลย โดยเฉพาะเรื่องเพื่อนและอาจารย์ ทุกคนเป็นมิตรและพร้อมช่วยเหลือเราเสมอ แม้จะไปคนเดียวก็ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะไม่มีเพื่อน โดยเฉพาะถ้ามีคลาสกลุ่มจะช่วยให้เรากล้าและเปิดมากขึ้น อาจารย์ก็เป็นกันเอง ไม่ได้ดุเลย ไม่ต้องกลัวเรื่องภาษา ถ้าเรารู้สึกว่าเรายังไม่เก่ง ก็ไม่เป็นไร เพราะการอยู่ที่นั่นทำให้เราใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน จนพัฒนาไปโดยธรรมชาติ สิ่งที่ควรเตรียมไป เช่น power bank, ทิชชู่เปียก และของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ที่จำเป็นเวลาอยู่นอกโรงเรียน เพราะบางครั้งออกไปข้างนอกอาจหายาก โดยรวมแล้ว ฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะบาเกียว เป็นเมืองที่ใกล้เคียงกับไทย ใช้ชีวิตไม่ยาก ปรับตัวไม่ยาก และเหมาะมากสำหรับการพัฒนาภาษาอังกฤษ

ต้องมี Pocket Money ไปเท่าไหร่ดี

ตอนที่เจ้าหน้าที่ KPG แนะนำให้แลกไป 50,000 เปโซ ผมจ่าย Local Fee ที่โรงเรียน 20,000 เปโซ ผมก็จะเหลืออีก 30,000 เปโซ แต่ผมเหลือกลับมาไทย 10,000 เปโซครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้ประหยัดมากนะครับ เพราะซื้อทุกอย่างที่อยากกิน อาหารที่ฟิลิปปินส์ก็ราคาถูกกว่าที่ไทยหน่อยนึง อย่างเช่น ชาบู ปิ้งย่าง ก็กินบ่อยๆ แต่ถ้าใครอยากจะประหยัดก็คงจะใช้น้อยกว่านี้ได้ครับ ผมคิดว่าประมาณ 20,000 เปโซน่าจะเพียงพอครับ

คะแนนเต็ม 10 ให้ JIC Premium Campus เท่าไหร่?

ผมให้ 9 เลยครับ ผมประทับใจสำหรับการไปเรียนครั้งแรก แต่ผมไม่ได้มีมาตรฐานเปรียบเทียบว่าโรงเรียนอื่นเขาเป็นยังไง แต่ที่ JIC ที่ผมไปเรียนมันดีครับ ทั้งสังคมที่โรงเรียน อาจารย์ เจ้าหน้าที่โรงเรียนที่ดูแล เพื่อน สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างค่อนข้างดีครับ ถึงแม้ว่าห้องน้ำอาจจะเล็กไปนิดนึง แต่ก็ใช้ได้ครับ เพราะก็ไม่ได้ต้องหรู ผมอาจจะติดปัญหาเรื่อง Family Mart ในโรงเรียนที่ของอาจจะน้อยไปนิดนึง พวกขนม และราคาสูงกว่าข้างนอกเเบบเห็นได้ชัดเลยครับ แต่ผมก็ซื้อกินประจำครับในโรงเรียน ซึ่งถ้ามีเวลาไปซื้อข้างนอกก็จะซื้อข้างนอกเพราะราคาถูกกว่าครับ

ทำไมถึงเลือกไปกับ KPG แล้วการบริการของ KPG เป็นอย่างไรบ้าง?

ที่เลือกไปกับ KPG เพราะรู้สึกว่ามีความน่าเชื่อถือครับ แล้วก็บริการดีมากๆ คอยซัพพอร์ตตั้งแต่ก่อนเดินทาง ให้ข้อมูลละเอียด ให้ข้อมูลตามจริง ตอบทุกคำถามที่สงสัย ระหว่างที่อยู่ที่ฟิลิปปินส์ก็ยังคอยติดตามและให้ข้อมูลอยู่ตลอด พี่ๆ ให้คำแนะนำดีมากครับ

อ่านเกี่ยวกับ JIC Academy – คลิก

Photo Credits :  คุณชิน

ติดต่อขอรับคำปรึกษา

 

เรียนต่อแคนาดา อเมริกา นิวซีแลนด์

Line : @korpungun

เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์

Line : @kpglearn

คอร์สออนไลน์ KPG LIVE

Line : @kpglive

TEL: 094-883-8778