[รีวิว] เรียนหลักสูตร ESL CLASSIC ที่ฟิลิปปินส์ กับสถาบัน EV Academy โดยคุณจู๋จี๋

รีวิว เรียนหลักสูตร ESL CLASSIC
ระยะเวลา 4 สัปดาห์ (8 February – 7 March 2026)
กับสถาบัน EV Academy โดยคุณจู๋จี๋

จุดเริ่มต้นที่สนใจไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์?

ทางมหาวิทยาลัยที่ทำงานอยู่มีให้ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ เขาก็มีประเทศให้เลือกซึ่ง 1 ในนั้นมีฟิลิปปินส์ด้วย ก็เลยมาไล่ๆ ดูเพราะเรามีเวลาจำกัด เขาให้ไปได้แค่ 4 สัปดาห์ และถ้าดูจากงบประมาณแล้ว ไม่อยากให้เกินงบประมาณที่ทางมหาวิทยาลัยให้มามาก เลยอยากไปเรียนที่ที่สอนแบบจริงจัง เข้มข้น ก็เลยเลือกที่ฟิลิปปินส์ค่ะ เพราะเรื่องงบประมาณด้วย และประเทศที่ไม่ได้ไกลมากด้วยค่ะ

ทำไมถึงเลือกเรียนที่สถาบัน EV Academy?

เคยได้ยินชื่อสถาบันผ่านๆ บ้าง แต่ที่ KPG มีหลายสถาบันให้เลือก ก็มานั่งเลือกๆ ดูจนจะเลือกไปเมืองบาเกียว แต่พอมาดูที่พัก ที่เรียน บวกกับพี่ง้อเคยไปด้วยก็เลยเลือกที่ EV ค่ะ

ความรู้สึกก่อนไป และหลังไป?

ตอนแรกก็นึกภาพไม่ออก ดูจากสภาพแวดล้อมตอนที่นั่งรถจากสนามบินเซบูไปโรงเรียน พอไปถึงหน้าโรงเรียนก็เป็นประตูใหญ่ๆ เลย พอเข้าไปในโรงเรียนก็เหมือนเป็นอีกโลกนึง ซึ่งก็เหมือนในรูปค่ะ ไม่ได้ผิดหวัง เพราะทาง KPG ก็บอกว่า ถ้าไม่สร้างความหวังไป ก็จะไม่ผิดหวัง แต่พอไปถึงปุ๊บ มันก็โอเค มันก็ดี ที่พักก็ดี สภาพแวดล้อมก็ดี เพื่อนก็ดี อาหารก็ไม่ได้แย่เลย อาจจะไม่ถึงกับอร่อยเหมือนบ้านเราแต่ก็กินได้ เพื่อนร่วมชั้นเรียนบอกว่า อาจจะเพราะเขาเปลี่ยนเชฟรึเปล่า อาหารก็เลยดีขึ้นค่ะ ถ้ามาก่อนหน้านี้ก็อาจจะมีปัญหาอยู่ เพราะเพื่อนเขาก็อยู่มานานค่ะ

ผ่าน ต.ม.ยากไหม?

ไม่ยากเลยค่ะ ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย เตรียมเอกสารอะไรไปก็ไม่ดูเลย ก็ผ่านมาได้ปกติ มันผ่านง่ายจนเราคิดว่า เรายังไม่ได้กรอกหรือต้องทำอะไรเพิ่มรึเปล่า เพราะก่อนมาก็ซ้อมเตรียมตอบคำถามไว้หลายรอบมาก แต่ก็ไม่ได้ใช้เลย เพราะก็เดินผ่านได้ฉลุยเลย (หัวเราะ)

ESL CLASSIC เรียนอะไรบ้าง?

เรียนตั้งแต่ 08:00 – 17:10 น. เรียนทั้งหมด 10 คาบ ดีนะคะที่ไม่ได้ลงแบบสปาต้า ตอนแรกๆ ก็ยังปรับตัวไม่ได้ค่ะ เพราะรู้สึกว่าเหนื่อยมาก รู้สึกเลยว่าตัวเองกินข้าวเยอะมากในแต่ละมื้อ อาจจะเป็นเพราะพี่แก่ด้วย (หัวเราะ) เรียน 10 คาบ พักคาบละ 5 นาที ช่วงแรกๆ ก็เหนื่อยยังปรับตัวไม่ได้ แต่หลังจากนั้นพอปรับตัวได้ ก็สนุกแล้ว เพราะเดินไปก็เจอเพื่อน ทักทายกัน เรียนให้ครบ โรงเรียนมีกิจกรรมอะไรให้ทำก็ทำ ก็สนุกดีค่ะ พี่ตั้งใจเรียนมาก ไม่เคยขาดเรียนเลย ได้ 100% เต็มค่ะ

คาบเรียนตัวต่อตัว ชอบวิชาไหน?

ถ้าชอบที่สุดจะเป็น Writing ค่ะ เพราะว่ามีบังคับสอบด้วย เขาก็สอนเรา มีพูดคุยบ้างเเต่ไม่เยอะ เพราะเป็นคลาสการเขียน  ฝึกเขียนเยอะอยู่เหมือนกัน  แต่ก็สนุกนะ ไม่ได้น่าเบื่อหรือกดดันอะไร อีกคลาสที่ชอบก็เป็น Speaking ครูก็ชวนคุยสัพเพเหระ ก็สนุกดีค่ะ

คาบเรียนกลุ่มชอบวิชาไหน?

ตอนแรกที่เห็นตารางพี่กลัวคาบพรีเซนต์เทชั่นมากเลย เพราะเขิน อาย แค่ไปพรีเซนต์เทชั่นหน้าห้องภาษาไทยยังตื่นเต้นเลย พอเห็นว่ามีวิชานี้ปุ๊บถอดใจเลยค่ะ แต่พอไปเรียนกลับเป็นคาบกลุ่มที่พี่ชอบมากนะ อาจจะเป็นเพื่อนๆ ในคลาส และครูผู้สอนเขาเชียร์ให้กำลังใจเราตลอด สอน และปรับการพรีเซนต์ให้เรา

เรียน 4 อาทิตย์ ได้พรีเซนต์ไป 2 อาทิตย์ ครั้งแรกยังสั่นอยู่ แต่พอครั้งที่สองก็ไม่สั่นแล้วค่ะ ก็สนุกกับการเรียน ไม่คิดว่าจะเป็นคาบที่ตัวเองชอบ เพราะตัวเองกลัวมากเลย แต่พอเรียนแล้วชอบมากค่ะ คุณครูกับเพื่อนก็ให้กำลังใจเรา ไม่ได้กดกัน ทุกคนรอเราได้เสมอ คุณครูเขาก็จะมีเทคนิคว่าทำยังไงให้เราไม่สั่น และต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง จริงๆ ก็เหมือนเป็นการคุยเล่นกับเพื่อนด้วย ก็เลยทำให้เราไม่กดดันค่ะ ซึ่งหัวข้อที่เราพูดก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาภาอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตรงกับความรู้สึกของเราพอดีด้วยค่ะ ส่วนหัวข้อที่สองที่พูดจะเป็นเรื่องอาหารที่คุณแม่เราทำ ที่เป็นอาหารที่เราชอบและประทับใจค่ะ

วิชาที่ไม่ชอบ?

จริงๆ ก็ไม่มีนะคะ แต่มี Reading 2 สัปดาห์แรก พี่ก็งงว่าไม่เห็นได้อ่านอะไรเลยเพราะว่ามันเป็นคาบการอ่าน แล้วกลายเป็นว่าครูคนนั้นเขาลาออกค่ะ จริงๆ ก็เเพลนว่าจะขอเปลี่ยนครูด้วยเหมือนกัน แต่ครูเขาบอกว่าจะลาออก เราก็โอเค ถ้าอย่างนั้นก็เดี๋ยวรอครูคนใหม่แล้วกัน แล้วเราก็เปลี่ยนครูคนใหม่ ซึ่งคุณครูที่สอน Writing ก็บอกเราว่า เราต้องบอกคุณครู Reading คนใหม่นะ ว่าเรายังไม่ได้เรียนอ่านอะไรเลย เพราะเราต้องมีสอบด้วย แต่ครูคนใหม่ที่เปลี่ยนมาก็น่ารักมาก ดีมาก อัดให้เต็มที่เพราะว่าเราจะต้องสอบ

การบ้านเยอะ?

จริงๆ มันก็ไม่ได้เยอะเพราะว่าโรงเรียนมีคาบ Self study ให้ได้ทำการบ้านด้วย แต่เกือบทุกคาบมีการบ้าน อาจจะเพราะเราพูดคุยในคาบเยอะ ครูก็เลยให้การบ้านทบทวนอีกทีค่ะ

สำเนียงครูฟิลิปปินส์?

ตอนแรกเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ไทยเขาก็มีแซวว่า ไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ระวังนะ (หัวเราะ) เรื่องสำเนียงที่ติด ต เต่า เเต่พอมาเรียนจริงๆ มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นนี่นา ก็ฟังออก ไม่ได้เหมือนที่เพื่อนๆ ขู่ไว้

พี่ว่าครูที่นี่เขาเก่งนะคะ พอเขารู้ว่าพื้นฐานเราน้อย เขาก็พยายามที่จะปรับคำ ปรับการออกเสียงให้ สอนคำศัพท์ และพยายามอธิบาย พี่ก็จะรอฟังเขาก่อน แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็จะมีเปิดแปลบ้างค่ะ

ใช้เวลาในการปรับตัวนานแค่ไหน?

สัปดาห์แรกเหงามากเลยค่ะ เพราะว่ามีน้องนักเรียนไทยอยู่ แต่น้องเขาเป็นผู้ชาย แล้วก็ยังไม่เจอเพื่อนที่ถูกใจ พี่เลยไปนั่งคุยกับ EVO (น้องหมาที่โรงเรียน) เพราะไม่รู้จะไปเม้ามอยกับใคร (หัวเราะ) เป็นแค่สัปดาห์แรกค่ะ พอสัปดาห์ที่สองก็มีเพื่อนเยอะแล้ว

เล่าเรื่องเพื่อน?

โชคดีที่เพื่อนๆ น่ารักทุกคนเลยค่ะ เพื่อนในคลาสก็น่ารัก และก็มีเพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้น ไม่ใช่เพื่อนของเพื่อนด้วย คือเขาอาจจะเห็นเรานั่งเหงาๆ คนเดียว เขาก็เข้ามาทักทาย ชวนไปกินกาแฟ ชวนไปนู่นไปนี่ค่ะ เพื่อนคนอื่นเขาก็มาถามว่า รู้จักคนนี้ได้ยังไง เรียนด้วยกันเหรอ เราก็บอกว่าไม่ได้เรียนด้วยกัน แค่เจอกันแล้วเขาก็ชวนไปนู่นไปนี่ค่ะ  

ก็จะมีเพื่อนไต้หวันค่ะเยอะเลย ที่แบบเป็นเพื่อนกันแต่ไม่ได้เรียนด้วยกัน ส่วนเพื่อนที่เรียนด้วยกันส่วนใหญ่จะเป็นญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งเราไป 4 สัปดาห์ ปกติเวลาเรียนจบที่ EV เพื่อนๆ เขาจะคล้องเหรียญให้กัน ซึ่งตอนเราเรียนจบก็รู้สึกว่าก็ได้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย เพราะก็ไม่คิดว่าจะได้เยอะค่ะ (หัวเราะ)

ห้องพักและรูมเมทเป็นอย่างไร?

ห้องพักดีเลยนะคะ เหมือนอยู่โรงเเรมเลย ห้องสะอาดด้วยค่ะ

ส่วนรูมเมทคนแรกเป็นญี่ปุ่นค่ะ ยังดูเด็กๆ อยู่ แต่เขาน่าจะมีกลุ่มเพื่อนเขา แทบไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ เพราะเขาชอบไปอ่านหนังสือกับกลุ่มเพื่อนเขาค่ะ เขามีแฟนด้วย เขาก็ชอบไปนั่งกับแฟนกับกลุ่มเพื่อนเขา ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกันเพราะว่ากว่าเขาจะกลับห้องมาก็ 5 ทุ่มแล้ว พี่ก็กำลังจะนอนก็เลยไม่ได้คุยกัน ตื่นเช้าก็ไปเรียนก็ไม่ได้คุยกันค่ะ

คนที่สองเป็นเกาหลี น่ารักมาก มีแลกขนมกัน พี่เตรียมขนมไปเยอะ เพราะตอนแรกก็คิดว่าจะหาเพื่อนยังไงดี เพราะก็เป็นคนคุยไม่เก่ง ก็เลยใช้วิธีแบ่งขนมให้

เสาร์-อาทิตย์ เที่ยวไหนบ้าง?

สัปดาห์แรกก็ไปดูฉลามวาฬเลยค่ะ นั่งรถไกลมาก (หัวเราะ) ไม่คิดว่าจะไกลขนาดนี้ แต่ก็คุ้มค่าค่ะ และมีไปน้ำตก Tumalog ก็สวยมาก สวยกว่าบ้านเราเยอะเลย น้ำใสมาก เป็นสีฟ้า พี่ชอบมากค่ะ น้ำเย็น พี่ลงไปอยู่กลางน้ำตกเลย ในขณะที่คนอื่นเขาหนาวกัน 

พี่จะไปเที่ยวอาทิตย์เว้นอาทิตย์ เพราะอาทิตย์ที่สอง อยากนอนตื่นสายสักวันนึงก็เลยไม่ได้ไป พออาทิตย์ที่สามก็ไปดำน้ำ สนุกมาก อาหารอร่อยด้วย พอดำน้ำเสร็จ ขึ้นเรือมา เขาก็มีเบียร์ด้วย (หัวเราะ) ส่วนอาทิตย์สุดท้ายก็อยู่กับเพื่อน เพราะว่าเป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้ว

กิจกรรมในโรงเรียน?

ก็มีไปเล่นห้องเกมส์ค่ะ ไปเล่นพูล (Pool) เล่นตีปิงปองกับเพื่อน แต่ฟิตเนสไม่ได้เข้าค่ะเพราะเป็นช่วงที่ใกล้กับเวลาทานข้าว มีไปเต้นซุมบ้าค่ะ ชอบมาก อาทิตย์แรกยังไม่กล้าค่ะ ยังเขินๆ ก็เลยนั่งดูก่อน พอหลังจากนั้นก็เข้าร่วมตลอด  

ซึ่งช่วงที่ไปโรงเรียนก็มีกิจกรรม Water Bomb ด้วยแต่พี่ไม่ได้ลงไปเล่น จะนั่งอยู่หน้าคาเฟ่ EV Bucks คอยถ่ายวิดีโอให้เพื่อนอยู่ จริงๆ ไม่อยากเปียก แต่สุดท้ายก็เปียกเพราะเพื่อนจากข้างล่างโยนลูกโป่งน้ำมาโดนพี่สองสามลูกจนเปียกค่ะ ก็สนุกมาก แค่เห็นเพื่อนๆ เล่นก็สนุกเเล้วค่ะ

สภาพแวดล้อมนอกโรงเรียน?

อาทิตย์แรกตอนที่ยังไม่มีเพื่อนแล้วอยากกินนมกับไอติม ก็เลยไปถามเจ้าหน้าที่ว่าข้างนอกมีร้านขายใกล้ๆ ไหม ก็เดินออกไป ก็รู้สึกกลัว อาจจะเพราะไปคนเดียวด้วยตอนกลางคืน ไปตอนหลังฝนตก รถก็ติด เสียงดัง ก็เลยรู้สึกกลัวค่ะ แต่ก็เป็นแค่ครั้งแรก พอหลังจากนั้นก็ชิวแล้วค่ะ

จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนค่ะ เน้นนั่งทำการบ้าน นั่งเม้ามอยกับเพื่อนในโรงเรียนค่ะ

ความปลอดภัย?

ตอนแรกที่ไปก็กลัวนะคะ รู้สึกไม่ปลอดภัย แต่พอมีเพื่อนไปด้วยหลังจากนั้นก็สบายๆ แล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัว และไม่ได้รู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วค่ะ

ความกังวลก่อนมาเรียน?

ตอนแรกก็กังวลเรื่องการสื่อสารค่ะ แต่พอผ่านอาทิตย์แรกไป เพื่อนก็สอนขึ้นจิปนีย์ ซึ่งเราก็ไปคนเดียวด้วยนะคะ คนในรถเขาก็ใจดีพยายามช่วยเรา มันก็ไม่ได้น่ากลัวเพราะทุกคนใจดี พอเรียนใกล้จบก็ไม่อยากกลับ พี่ก็บอกหัวหน้าว่าอยากอยู่ต่ออีกเดือนนึง เพราะรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังดี (หัวเราะ) เอาไว้หาโอกาสไปใหม่ค่ะ

การเดินทางไปสถานที่ต่างๆ นอกโรงเรียน?

ถ้าเราขึ้นจิปนีย์แล้วไม่รู้จุดหมายปลายทางหรือเราไม่เคยไป พี่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้ว ก็พยายามดูแผนที่ในแอพ ซึ่งถ้าไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ค่อนข้างลำบากอยู่ ก็เลยบอกคนในรถว่าเราอยากไป ไอยรานะ ถ้าถึงแล้วช่วยเตือนเราด้วย พอถึงปุ๊บเขาก็มีบอกว่าให้เดินไปตรงนี้อีกหน่อย ถ้าเป็น Grab ก็สบายค่ะ แต่ราคาก็แพงกว่ามาก ไม่ได้น่ากลัวค่ะ

เจ้าหน้าที่โรงเรียนให้ความช่วยเหลือดีไหม?

น้องส้มใจดีมาก ติดต่อได้สะดวกสบาย แนะนำทุกอย่าง พี่ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรด้วยค่ะ ก็เลยไม่ได้คุยกับน้องส้มเยอะค่ะ

เรียน 4 สัปดาห์ พัฒนาขึ้นแค่ไหน?

ก็ฟังรู้เรื่องขึ้นนะคะ (หัวเราะ) และคะเเนนสอบที่สอบสัปดาห์แรกกับสัปดาห์สุดท้ายก็เพิ่มขึ้น ถ้าอยู่ต่ออีกสักหน่อย ระดับภาษาก็น่าจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมค่ะ

คะแนนเต็ม 10 ให้ EV กี่คะเเนน?

ให้ 9.5 ค่ะ ติดนิดนึง จริงๆ เป็นเพราะที่ตัวเองด้วย เพราะพี่ชอบไปนั่งวิดีโอคอลตรงที่น้องหมา EVO อยู่ แล้วบริเวณนั้นใกล้กับจุดที่สามารถสูบบุหรี่ได้ ถ้ามีนักเรียนสูบกันเยอะ กลิ่นก็มาถึงตรงที่พี่อยู่ค่ะ

แต่ที่ชอบที่สุดก็สภาพแวดล้อมในโรงเรียนค่ะ เวลาออกไปข้างนอกแล้วกลับมาในโรงเรียนก็รู้สึกว่าเหมือนอยู่อีกโลกนึง ที่หายใจคล่องขึ้น (หัวเราะ) เพราะข้างนอกก็จะรถติดด้วย ทั้งฝุ่นและควัน รถเยอะมาก ซึ่งเวลาออกไปข้างนอกกับเพื่อนแล้วกลับเข้ามาในโรงเรียน เพื่อนก็พูดว่า นี่ไงสวรรค์ EV (หัวเราะ)

ฝากถึงคนที่กำลังคิดหรือยังยังลังเลที่จะเรียนที่ฟิลิปปินส์?

แนะนำเลยค่ะ เพราะที่ EV สภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องพัก คุณครู เพื่อนๆ มันดีเกินกว่าที่เราคิดไว้เยอะมากค่ะ เพราะตอนแรกก็ทำใจเพราะทางเจ้าหน้าที่ KPG บอกไว้ว่าอย่าคาดหวังเยอะ ซึ่งพี่ที่ทำงานและคนรู้จักเขาก็มาถามพี่ก็เลยเเนะนำ KPG และ EV ด้วยถ้าอยากจะมาเรียนค่ะ

ทำไมเลือกใช้บริการ KPG?

จริงๆ ก็หาดูหลายที่ค่ะ แล้วก็มีพี่ง้อที่เขาเคยมีประสบการณ์ไปกับ KPG มาก่อนก็บอกว่าให้ไปกับ KPG ง่ายกว่าเพราะว่าทาง KPG ก็ช่วยทุกทาง เพราะพี่ก็ไม่ค่อยมีเวลาด้วย เลยไปกับ KPG ค่ะ ก็ดีแล้วค่ะ เพราะเตรียมพร้อมให้ทุกอย่าง ถ้ามีปัญหาอะไรก็ช่วยค่ะ

อ่านเกี่ยวกับ EV Academy – คลิก

Photo Credits :  คุณจู๋จี๋

ติดต่อขอรับคำปรึกษา

 

เรียนต่อแคนาดา อเมริกา นิวซีแลนด์

Line : @korpungun

เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์

Line : @kpglearn

คอร์สออนไลน์ KPG LIVE

Line : @kpglive

TEL: 094-883-8778