[รีวิว] เรียนหลักสูตร Regular ESL + Business + IELTS กับสถาบัน Cebu International Academy (CIA) โดยคุณเบล

รีวิว เรียนหลักสูตร Regular ESL , Business และ IELTS ที่ฟิลิปปินส์
ระยะเวลา 21 สัปดาห์ (03 Aug – 25 Dec 2025)
กับสถาบัน Cebu International Academy (CIA) โดยคุณเบล

แนะนำตัวหน่อย?

สวัสดีค่ะ เบลนะคะ เลือกเรียนที่ CIA คอร์สที่เบลเรียนจะมี Regular ESL, Business และ IELTS ค่ะ

ทำไมถึงสนใจเรียนที่ฟิลิปปินส์

เราก็ศึกษามาหลายที่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย นิวซีเเลนด์ แต่ด้วยความที่เราอยากโฟกัสการเรียน ฟิลิปปินส์เขาจะมีคอร์สเรียนตัวต่อตัว เราจะได้รู้ว่าจุดไหนเราด้อย จุดไหนเราอ่อน คุณครูก็จะสอนและปรับแก้ให้เราได้แบบตัวต่อตัวเลย เราก็มองว่าโอกาสตรงนี้น่าจะเวิร์คกว่าค่ะ

และจากการหาข้อมูลด้วยอายุที่เยอะ ทำให้การขอวีซ่าออสเตรเลียค่อนข้างยาก ส่วนฟิลิปปินส์จะไปเรียนง่าย และสามารถไปต่อวีซ่าที่โรงเรียนได้ถ้าไปเรียนเกิน 1 เดือนซึ่งค่อนข้างสะดวกในการไปเรียนเพราะโรงเรียนจัดการเรื่องวีซ่าให้หมดเลย แต่ถ้าไปเรียนแค่ 1 เดือนจะไม่ต้องทำวีซ่าค่ะ

และเรื่องที่สำคัญจริงๆ ก็เป็นเรื่องงบประมาณด้วยค่ะ ถ้าเราไปนิวซีแลนด์หรือออสเตรเลีย เรากลัวว่าเงินเราจะไม่พอ เพราะค่าที่อยู่ ค่าอาหารอาจจะแพง แต่ฟิลิปปินส์จะรวมค่าอาหาร และที่อยู่หมดแล้ว ทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นว่าเลือกที่นี่จะค่อนข้างโอเคกว่าค่ะ

ก่อนไปเรียนที่ฟิลิปปินส์เคยเรียนภาษาอังกฤษที่ไหนมาบ้าง?

เอาจริงๆ เราเรียนหลายที่มากในประเทศไทย อย่างที่ทุกคนรู้นะคะว่าส่วนใหญ่ภาษาจะเรียนแกรมม่าค่อนข้างเยอะ แต่พอเป็นบทสนทนา เบลไปเรียนที่นึงแล้วต้องจับกลุ่มกัน เราแอบเฟลเพราะว่าเราอาจจะแก่ด้วย แล้วเขาไม่เอาเราเข้ากลุ่มเพราะที่เหลือมีแต่เด็กๆ (หัวเราะ) ก็เลยรู้สึกเฟลๆ แต่พอมาฟิลิปปินส์ นักเรียนจะมีอายุรุ่นเดียวกันกับเราค่อนข้างเยอะ และก็มองกันเป็นเพื่อน ไม่ได้เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเพื่อนกันมากกว่า เพราะก็มีต่างชาติเยอะ ก็ค่อนข้างโอเคค่ะ

ฟิลิปปินส์ก่อนไปและหลังจากที่ไปเเล้วเหมือนหรือต่างกันยังไง?

ก่อนที่จะไปเอาจริงๆ ไม่ได้คิดอะไรเลย แค่โฟกัสว่าจะไปเรียนอย่างเดียว (หัวเราะ) แต่พอกลับมา คิดว่าก็เป็นประเทศนึงที่มีผู้คนที่น่ารักค่ะ ผู้คนค่อนข้างไนซ์ พอรู้ว่าเราเป็นต่างชาติ เบลว่าก็เหมือนคนไทยค่ะ พอรู้ว่าเป็นต่างชาติเราก็จะช่วยเหลือ ไม่มีอะไรต้องกังวลค่ะ

ทำไมถึงเลือกสถาบัน Cebu International Academy (CIA)?

ที่เลือก CIA เพราะว่า เราทำงานฟรีเเลนซ์ (Freelance) ด้วย เราเห็นสิ่งอำนวยความสะดวก ค่อนข้างโอเคค่ะ มีโต๊ะนั่งทำงาน ห้องน้ำ ที่พัก ที่นอนค่อนข้างโอเค อีกอย่างโต๊ะทำงานเราจะได้ทำงานของเราได้ นั่งอ่านหนังสือค่อนข้างสะดวกค่ะ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ยิมก็ค่อนข้างใหม่ ค่อนข้างดีสำหรับเราก็เลยเลือกที่ CIA ค่ะ

เเต่ละหลักสูตรที่ไปเรียนแตกต่างกันยังไงบ้าง?

Regular ESL เป็นคอร์สเริ่มต้นค่ะ อันที่จริงเหมาะสำหรับคนที่พื้นฐานภาษาอังกฤษค่อนข้างน้อย สามารถเรียนคอร์สนี้ได้ หรือคนที่ไม่มีพื้นฐานเลยก็สามารถเรียนคอร์สนี้ได้เหมือนกัน ในมุมของเบล รู้สึกว่ามันอาจจะง่ายไปสำหรับเบลด้วย เบลก็เลยเปลี่ยนคอร์ส เพราะตามหลักคอร์สจะเรียนสื่อสารทั่วไปในชีวิตประจำวัน ก็เลยเปลี่ยนคอร์สเป็น Business เพราะเราต้องการใช้คำศัพท์ในการทำงานมากกว่าใช้ในชีวิตประจำวัน

เบลเรียน ESL ประมาณ 8 สัปดาห์ค่ะ การเรียน ESL จะค่อนข้างสบาย ถ้าใครกลัวว่าเรียนภาษาอังกฤษจะเครียดคือ ไม่เครียดแน่นอน ซึ่งจะมีคาบเรียนตัวต่อตัว 4 คาบ คาบกลุ่ม 2 คาบ และวิชาเลือกกลุ่มอีก 2 คาบ ซึ่งวิชาเลือกก็จะมีให้เลือกหลายวิชาเลย ไม่ว่าจะเป็น TOEIC, IELTS หรือจะไปเล่นดนตรีก็ได้ซึ่งก็จะมี อูคูเลเล่ (Ukulele) กีต้าร์ (Guitar) มีดูหนังด้วย ถ้าชอบสไตล์ไหนก็เลือกเรียนได้ ก็ทำให้การเรียนของเราสนุกขึ้นด้วยค่ะ ส่วนตัวเบลเลือก Public Speaking ค่ะ เป็นการพูดนำเสนอหน้าห้องเพื่อจะได้ใช้ในชีวิตจริงมากขึ้นค่ะ การเรียนการสอนสนุกค่ะ มีสอนการออกแบบ PowerPoint วิธีการนำเสนอต้องทำยังไง ทำให้ได้ทั้งภาษาอังกฤษและทักษะการนำเสนอด้วยค่ะ

Business English ก็จะยากขึ้นมาอีกระดับนึง และจะมีการพรีเซนเทชั่น (Presentation) ซึ่งเบลค่อนข้างชอบนะคะ ทำให้รู้ว่าการที่เราเรียนมาทั้งหมดเราจะนำไปนำเสนอได้ไหมในโลกของธุรกิจจริงๆ ก็ถือว่าค่อนข้างโอเค ซึ่งจะได้เรียน แกรมม่าสำหรับ business, คำศัพท์, การพูดเกี่ยวกับการตอบคำถาม การสัมภาษณ์งาน เพราะเบลมีสัมภาษณ์งานไปด้วย และเรียนที่ CIA ไปด้วย พอช่วงไหนที่เบลจะมีสัมภาษณ์งาน เบลก็ขอให้ครูช่วยสอนให้ค่ะ คุณครูก็จะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษให้เราได้ฝึกค่ะ เราก็ได้งานด้วยตอนที่เรียนอยู่ ก็เลยแฮปปี้มากๆ ค่ะ

ช่วงที่เรียน Business เป็นช่วงค่อนข้างประทับใจค่ะ เพราะส่วนมากเพื่อนที่เรียน business จะต้องไปพรีเซนต์ที่ห้องออดิทอเรียม (Auditorium) ซึ่งเป็นเหมือนห้องโรงหนังห้องนึง และทุกอาทิตย์จะมีนักเรียนที่เรียนจบและต้องพรีเซนต์งาน เราก็ไปดูซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก มีทั้งหัวข้อเกี่ยวกับธุรกิจ เรื่องทั่วไป เกี่ยวกับประเทศของเรา ทำให้เรารู้สึกว่านอกจากได้ภาษาอังกฤษก็ทำให้ได้รู้เรื่องอื่นด้วย

และคอร์สสุดท้ายจะเป็น IELTS ซึ่งเบลชอบที่สุด เพราะว่าได้เรียนทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ตอนแรกที่เริ่มเรียนได้คะเเนน 3.5 แต่พอเรียนจบก็ได้ประมาณ 5.0 ค่ะ ก็จะเห็นการพัฒนาแต่ละทักษะของเราด้วยว่าเราพัฒนาอะไรไปบ้างแล้ว การพูดได้เท่าไหร่ เขียนได้เท่าไหร่ การฟังได้เท่าไหร่ ก็จะทำให้รู้ว่าเราอ่อนตรงไหนบ้าง ก็สามารถปรับแก้ได้ค่ะ

เรียน IELTS ก็ยากนะคะ แต่ด้วยความที่เราตั้งใจจะไปเรียนภาษาอังกฤษจริงๆ และเราอยากได้ 4 ทักษะเลย เบลพูดเลยว่าเบลเชียร์ให้เรียน IELTS เพราะก็ได้ใช้ในชีวิตจริงๆ เรียนยากแต่ทุกคนทำได้ค่ะ ถ้าเบลเรียนได้ทุกคนก็เรียนได้ค่ะ ที่ CIA ทุกอาทิตย์จะมีสอบทุกวันพฤหัส ตอนสอบก็เหนื่อยมาก เราก็ต้องเตรียมตัว เตรียมใจ แต่ก็สนุกดีค่ะ เพราะก็จะได้เห็นว่าอาทิตย์นี้เราพัฒนาตรงไหน หรือตรงไหนที่เราดรอปลง เราก็สามารถปรับแก้ไขตรงนั้นได้

จุดที่เราเลือกเรียน IELTS ถึงแม้ว่าเบลไม่ได้ใช้คะแนน IELTS แต่เพื่อนเบลแนะนำเบลว่า ถ้าคุณอยากพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ให้เรียน IELTS ซึ่งเบลรู้สึกว่ามันก็จริง เพราะได้เจอโจทย์คำถามที่หลากหลายขึ้น เบลเรียน General IELTS นะคะ ค่อนข้างได้ใช้การพูดค่อนข้างเยอะ และเราชอบมาก เราถึงขั้นเพิ่มคอร์สการพูดให้เป็น 2 คาบเรียน เพราะ IELTS Speaking มันท้าทายดี สำหรับการเขียนก็ช่วยเราเยอะมาก เพราะช่วงที่เราเรียน ESL ก็จะเขียนเรื่องทั่วไป ส่วน Business จะเขียนจดหมาย เขียนอีเมล ซึ่งถ้าใครสนใจก็ค่อนข้างโอเค เขาจะมีบอกเทคนิคว่าต้องเขียนยังไงก็นำไปปรับใช้ได้ ก็จะมีโจทย์ให้เราเขียนในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ต้องการลาออกจากงานเขียนยังไง หรือต้องการสมัครงานต้องเขียนยังไง ในส่วนของ IELTS การเขียนก็จะท้าทายยิ่งขึ้น เพราะปกติเราเขียนเรื่องทั่วไปก็ยากอยู่แล้ว แต่ IELTS มีวิธีอะไรเยอะแยะมากมายในการเขียน ซึ่งตอนเเรกทำได้ไม่ดีค่ะ ช่วงหลังๆ พอจับทางได้ว่าต้องเขียนเป็นเเพทเทิร์นนี้ ก็เลยทำให้เรียงความของเราดูดีขึ้นด้วย ซึ่งถือว่าดีมากค่ะเอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย

เรียน IELTS ก็จะเรียนทั้งวันค่ะ ตอนเย็นเขาก็จะเอาข้อสอบที่เราสอบอาทิตย์ที่แล้วมาเฉลย อันนี้ก็จะช่วยเรามากขึ้น เพราะจะมีพาร์ทฟังที่ง่ายกับยาก เราก็จะได้ฟังอีกครั้งว่าทำไมเราพลาด ฟังแล้วผิด ก็ช่วยได้เยอะเลย

ความยืดหยุ่นในการสอนของคุณครู?

เราสามารถบอกคุณครูได้เลยว่าวันนี้เราอยากเรียนอันนี้นะ เรื่องนี้เรารู้เรื่องเเล้วขอเปลี่ยนเรื่องได้ไหม เพราะเราเข้าใจเรื่องนี้แล้ว เราสามารถปรับตามที่เราต้องการได้เลย หรือถ้าเราไม่เข้าใจอะไร ก็บอกเขาว่าเราอยากเรียนเรื่องนี้จัง ช่วยอธิบายหน่อย เขาก็จะอธิบายค่ะ สำหรับเบลครูค่อนข้างโอเคก็เลยแฮปปี้ที่ได้เรียนค่ะ เพราะว่าบางทีในหนังสือบางเรื่องเราก็รู้แล้ว เราอยากเปลี่ยนเรื่อง หรือเรื่องไหนที่เราไม่เข้าใจก็เอาไปให้คุณครู บอกว่าเราต้องการเรียนเรื่องนี้ คุณครูก็จะสอนเรา เราก็รู้สึกว่ามันโอเคกว่าการที่เรารู้เรื่องนี้แล้ว แล้วเขาสอนซ้ำมันก็อาจจะยังไม่ได้อะไร แต่ถ้าเป็นเรื่องใหม่ก็จะทำให้เราสนุกกับการเรียนด้วย และไม่เบื่อกับการเรียนด้วยค่ะ

สำเนียงครูฟิลิปปินส์?

สำเนียงเบลว่าโอเคนะคะ ก็ปกติ ไม่เป็นปัญหาในการเรียนเลย คุณครูที่เบลเรียนทุกคนสำเนียงโอเคเลย อาจจะไม่ได้ Native จ๋า เเต่ก็ฟังชัดเข้าใจง่ายค่ะ คุณครูหลายๆ คนเขาก็พูดว่า เขาก็ฝึกจากการดูข่าว CNN บางคนก็มีประสบการณ์การทำงานกับ Native Speaker มาก่อน ก็เลยได้ฝึกพูดทำให้สำเนียงเขาค่อนข้างดี

ด้วยความที่คนไทยจะมีการออกเสียง (Pronunciation) อีกแบบ คุณครูก็จะสอนว่า คนไทยส่วนใหญ่จะมีปัญหาการออกเสียง L กับ R หรือ S กับ H คุณครูเขาก็จะมีประโยค tongue twisters หรือคำศัพท์มาให้ฝึกค่ะ เราเรียนที่นู่นก็จะมีต่างชาติค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน ซาอุฯ ทุกคนเขาก็จะมีสำเนียงเป็นของตัวเอง พอเราฟังเยอะๆ ก็ทำให้เราเข้าใจสำเนียงเขามากขึ้น สนุกดีที่มีเพื่อนหลายประเทศด้วยค่ะ

คลาสเรียนกลุ่มกับ Native Speaker ที่ CIA?

คนที่ห่วงเรื่องสำเนียงก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะคุณครู Native ส่วนใหญ่สอนเรื่องการออกเสียงค่ะ สนุกด้วย เขาก็จะมีเกม มีของแจก คือเราชอบมาก เป็นครูสัญชาติแคนาดาชื่อ T. Sean ค่ะ เขาจะสอนฝึกออกเสียงว่าต้องออกเสียงยังไง มีให้จับกลุ่มพูดกัน ก็จะทำให้เรารู้จักเพื่อนในกลุ่มมากขึ้นด้วยค่ะ และทุกวันศุกร์ก็จะมีเกมให้เล่น จับกลุ่มเล่นเกมกัน ใครชนะก็ได้ขนม ก็ทำให้เราได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของเขา นักเรียนคลาสนึงจะมีสูงสุดประมาณ 15 คนค่ะ คุณครูจะให้เราพูดคำศัพท์ทีละคน พอเราพูดไม่ถูก ออกเสียงไม่ถูก เขาก็ปรับแก้ให้ได้เลย

ครูที่ประทับใจ?

ถ้าอันดับหนึ่งเลยคือครูสอน IELTS ค่ะ เป็นคุณครูที่เรารักมาก สอนดีมาก สอนการเขียนค่ะ แต่เราก็ขอให้เขาสอนการพูดให้ด้วย เขาก็สอนค่ะ ซึ่งเขาเป็นคนที่มีเทคนิคเยอะแยะมากมายในการสอน เขาบอกให้เราคิดแบบนี้สิ ลองพูดแบบนี้สิ เลยทำให้เรารู้สึกว้าว ว่ามันง่ายนิดเดียวเอง ทำไมเราต้องคิดเยอะด้วย และเทคนิคการสอนการเขียนก็โอเคค่ะ เขาก็จะมีรูปแบบว่าเราต้องเขียนอย่างนี้นะ ก็ทำให้เราจากคะเเนน 3.5 ซึ่งก็ต้องสอบทุกอาทิตย์ สอบครั้งสุดท้ายได้คะเเนนประมาณ 5.0 ค่ะ ซึ่งก็เพิ่มขึ้นมาเยอะ ก็เห็นชัดเจนเลยว่าคะแนนเราสูงขึ้นค่ะ คุณครูค่อนข้างช่วยเยอะเลยค่ะ เลิฟมาก

ภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นแค่ไหน?

เบลรู้สึกว่าเบลพัฒนาขึ้นมากๆ สื่อสารภาษาอังกฤษทั่วไปได้ค่อนข้างดีขึ้น และตอนเเรกเลยคะแนน TOEIC แค่ 400 เบลลองไปสอบล่าสุดได้ 720 ก็ถือว่าตัวเองทำสำเร็จในการเรียนเหมือนกันค่ะ เพราะใช้เวลาแค่ประมาณ 8 สัปดาห์ แต่ก็ต้องมีวินัยในตัวเองนะคะ และต้องมีการฝึกทำข้อสอบค่ะ เพราะการเรียนจะช่วยในเรื่องของการพูด การฟัง แต่ถ้าในระยะยาวก็จะพัฒนาเรื่องอื่นๆ ได้เยอะขึ้นค่ะ

แต่ที่สัมผัสได้เองจริงๆ คือ การฟังเราดีขึ้นมากเลย และการพูดจากตอนแรกที่พูดติดๆ ขัดๆ ตอนนี้เราก็สามารถพูดกับเพื่อนต่างชาติในโรงเรียนได้สบายแล้ว ช่วงแรกๆ ก็จะคิดเยอะ คิดคำศัพท์ คิดแกรมม่าเวลาจะพูด ช่วงหลังๆ ก็แกรมม่าไม่ต้องเป๊ะ แต่สื่อสารให้เขาเข้าใจก็โอเคแล้วค่ะ

ประสบการณ์การสอบ TOEIC?

เบลสอบที่ฟิลิปปินส์ค่ะ จริงๆ ที่โรงเรียน CIA จะมี open test ให้นักเรียนสนใจอยากจะลองสอบ ช่วงแรกเราก็ได้คะแนนน้อย แต่พอช่วงหลังคะแนนสูงขึ้นเยอะก็เลยลงทะเบียนไปสอบแบบจริงจังที่ฟิลิปปินส์เลย พอสอบเสร็จออกมาคิดว่าไม่ถึงหกร้อย แต่พอผลออกมาเจ็ดร้อยก็ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ เบลรู้สึกว่าถ้าคนที่จะไปสอบที่ฟิลิปปินส์ เบลเชียร์ให้ไปสอบที่ไทยมากกว่า เพราะสถานที่สอบอาจจะยังไม่พร้อมเท่าของไทยค่ะ แอร์เขาค่อนข้างเสียงดัง ก็จะทำให้รบกวนสมาธิได้

อาหารที่โรงเรียน?

ไม่ชอบค่ะ (หัวเราะ) คือเราอยากลดน้ำหนัก ถ้าอยากลดน้ำหนักต้องกินโปรตีน แต่เขาค่อนข้างหวงโปรตีนค่ะ พอไปขอเพิ่มเขาก็ไม่ได้ ต้องไปต่อแถวอีกรอบ แทนที่จะให้ทีเดียวเลย แต่ที่เขาจะให้เยอะก็จะเป็นพวกแป้งอย่างเดียว ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารมีแป้งค่ะ เนื้อน้อยค่ะ อาหารก็จะเค็มจัด มันจัด หวานจัด ส่วนมากเบลก็สั่ง Grab เอาค่ะ

รูมเมทเป็นชาติไหนบ้าง?

ด้วยความที่เบลอยู่นาน เบลมีรูมเมทหลายชาติเลย ไม่ว่าจะจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ครบเลยค่ะ จริงๆ หลายๆ คนจะมีปัญหาเรื่องรูมเมท แต่เบลโชคดีที่ไม่มีปัญหาเรื่องรูมเมทเลย รูมเมททุกคนน่ารักทุกคนเลยค่ะ เบลก็จะมีกิจกรรมก่อนที่เขาจะกลับกัน เป็น Rommate Day คือจะไปปาร์ตี้กัน ไปดื่มกัน ไปกินสุกี้ด้วยกันค่ะ คือรูมเมทเซทแรกเขาคิดกันมา ด้วยความที่เบลอยู่ยาวก็เลยทำต่อค่ะ ทำให้ไม่เหงาด้วยค่ะ

สภาพแวดล้อมบริเวณรอบนอกโรงเรียน?

ถ้าใครอยากหาความศิวิไลซ์ ไม่มีที่นี่ค่ะ (หัวเราะ) คือในสถาบัน CIA คือดีที่สุดในบริเวณนั้น แล้วก็มีห้างเล็กๆ ชื่อ LG Garden ให้เดินได้แก้เหงาเบาๆ ค่ะ ถ้าอยากเข้าห้างใหญ่ๆ ก็ประมาณชั่วโมงนึงค่ะ ก็ต้องใช้เวลาหน่อย

การเดินทางจากโรงเรียนไปสถานที่ต่างๆในเมือง?

ที่จริงก็มีรถเมล์หรือรถสองแถวเหมือนบ้านเราก็สามารถใช้ได้ แต่ว่าเบลเรียก Grab ค่ะ ก็ไปกับเพื่อนแล้วก็หารกันก็จะตกคนละไม่กี่บาท เคยขึ้นรถสามล้อด้วยค่ะ เพราะถ้าไปถึงฟิลิปปินส์จริงๆ ก็ต้องนั่งนะคะ ไม่อย่างนั้นจะถือว่ามาไม่ถึงค่ะ ก็สนุกดีค่ะ ก่อนนั่งสิ่งที่สำคัญคือต่อราคา เพราะเขาจะคิดราคาเราแพงก่อน เราก็ต้องต่อ แล้วก็ทำท่าจะไม่ไปกับเขานะคะ เขาถึงจะลดให้ (หัวเราะ)

ปลอดภัยไหม?

ถ้าถามถึงเรื่องความปลอดภัย ก็ค่อนข้างปลอดภัยนะคะในบริเวณที่เบลอยู่ ไม่มีประเด็นอะไร เบลก็มีไปไหนมาไหนคนเดียวด้วย ก็ปลอดภัยเรียก Grab เรียกอะไรได้ ทุกอย่างโอเค

เจ้าหน้าที่คนไทยที่ CIA?

โอ้โห .. เป็น Super good Thai manager เลยค่ะ ติดต่อง่ายมากค่ะ เที่ยงคืนยังติดต่อได้เลย ดูแลดีมาก ไม่ได้อวยนะคะ แต่ดูแลดีจริงๆ คือเขาไม่ได้วางตัวเป็นเมเนเจอร์นะคะ เขาวางตัวเป็นเพื่อนค่ะ เหมือนเพื่อนช่วยเพื่อน ดูแลกันค่ะ อีกอย่างที่สายเที่ยวน่าจะชอบ คุณหมิวเที่ยวเก่งมาก ถ้าใครชอบเที่ยวมาที่นี่ได้เลย ไม่มีปัญหาเรื่องเที่ยวค่ะ

นักเรียนไทยเยอะไหม?

เบลอยู่ค่อนข้างนานค่ะ ก็จะมีช่วงที่น้อยบ้าง เยอะบ้าง ช่วงปลายปีอาจจะน้อยหน่อยคนคงอยากอยู่บ้านกันมากกว่า แต่ช่วงกลางปีคนค่อนข้างเยอะค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเพื่อนนะคะ ถึงไม่มีเพื่อนคนไทย เราก็มีเพื่อนต่างชาติค่ะ ส่วนนักเรียนไทยช่วงที่ไปอยู่มากที่สุดก็ประมาณ 20 คนค่ะ ก็ไม่เป็นอุปสรรค หรือกระทบในการใช้ภาษาอังกฤษนะคะ เพราะเราก็เป็นสายปาร์ตี้ เรามีเพื่อนต่างชาติ เราก็ไปปาร์ตี้กับเพื่อนต่างชาติตลอด ก็เอ็นจอยค่ะ

วันหยุดหรือหลังเลิกเรียนทำอะไรบ้าง?

ถ้าถามว่าไปเที่ยวที่ไหน พูดเลยว่าไม่ได้ไปเลย (หัวเราะ) ส่วนใหญ่จะไปดื่มอย่างเดียวค่ะ เครื่องดื่มค่อนข้างถูกค่ะ เเอลกอฮอล์ราคาดีมาก สนุกด้วยได้เจอเพื่อนต่างชาติ ยิ่งเวลาเราเมา ภาษาอังกฤษเราพรั่งพรูมาก (หัวเราะ) ภาษาอังกฤษเราดีมาก โดยไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เพื่อนๆ หลายคน น้องๆ เขาก็ไปกินกัน เพื่อนต่างชาติค่อนข้างเยอะ เราก็ไปดูเด็กด้วย เนียนๆ ไปกับเด็กๆ ค่ะ เพราะอายุเยอะแล้ว (หัวเราะ)

ซึ่งโรงเรียนก็มี Curfew ค่ะว่า จันทร์-พฤหัส ต้องกลับก่อน 22.00 น., ศุกร์-เสาร์ กลับก่อนเที่ยงคืน

อยู่โรงเรียนพกอาหารแมวตลอดเวลา?

เบลเป็นคนชอบแมวค่ะ ที่โรงเรียนมีแมวจร เบลก็ซื้ออาหารไปให้แมวจร แต่ต้องระวังนะคะ เพราะเขาไม่ได้ฉีดยา ทางที่ดีอย่าจับดีกว่า แค่ให้อาหารเขาก็พอค่ะ

ฝากถึงคนที่กำลังอยู่ในช่วงหาข้อมูลในการมาเรียน?

ถ้าตั้งใจมาเรียน เบลมั่นใจว่ายังไงก็ต้องพัฒนาแน่นอน ถ้าตั้งใจนะคะ และถ้ายังไม่รู้ว่าจะเรียนกี่เดือนดี ลองมา 1 เดือนก่อน แล้วถ้าอยากขยายเวลาเพิ่มก็ทำได้ค่ะ คนที่ไม่มีพื้นฐาน เบลแนะนำให้เรียน ESL ก่อน แต่ถ้ามีพื้นฐานค่อนข้างโอเคแล้วอยากพัฒนาครบ 4 ทักษะ เบลแนะนำเป็น General IELTS ค่ะ

นอกจากนี้นะคะ เรื่องของห้องน้ำในห้องนอน 3-4 คน บางห้องจะไม่มีสายฉีดก้นนะคะ เพราะห้องเบลก็ไม่มี เบลก็ซื้อที่ฉีดอัตโนมัติมาแก้ปัญหาค่ะ (หัวเราะ)

ฝากถึงคนที่ยังไม่เปิดใจในการมาเรียนที่ฟิลิปปินส์?

การเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ไม่มีอะไรน่ากังวลเลยค่ะ ในมุมมองของเบลค่อนข้างโอเค  ถ้าจากคะแนนเต็ม 10 เบลให้ 8 เพราะว่าเบลเห็นตัวเองที่พัฒนาจากเดิมที่ไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย และก็ได้ภาษาอังกฤษ การพัฒนาที่เราเห็นเราไม่ได้คิดไปเอง แต่มีผลสอบ TOEIC ที่ทำให้เราเห็นว่าเราพัฒนาจริงๆ

เบลว่าคนไทยหลายๆ คน ไม่ใช่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะคะ แต่ไม่รู้ว่าการพูดต้องพูดยังไง เหมือนเบลค่ะที่ก่อนหน้านี้ก็พูดไม่ได้เลย พูดติดๆ ขัดๆ เพราะคิดค่อนข้างเยอะ แต่พอมาเรียนจริงๆ เราจะรู้ว่าภาษาอังกฤษไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ การสื่อสารให้อีกฝ่ายเข้าใจสำคัญกว่า แล้วทุกอย่างก็มาเองค่ะ

ส่วนระยะเวลาในการเรียนเบลว่า 3 เดือน กำลังดีค่ะ เพราะเดือนเเรกจะเป็นเดือนของการปรับตัว เราอาจจะยังงงๆ ว่าครบเดือนเเล้วเหรอ พอเดือนที่ 2 ก็เริ่มได้ภาษาอังกฤษเเล้ว พอเดือนที่ 3 ก็รู้สึกว่าโอเคแล้วแหละ ฉันมั่นใจแล้ว รู้สึกว่า 3 เดือนกำลังดีค่ะ 

ทำไมถึงเลือกใช้บริการ KPG LEARN?

ที่เลือกไปกับ KPG เพราะว่าทีมงานค่อนข้างตอบคำถามได้ดีค่ะ อีกอย่างมีประกันให้เราด้วย เพราะว่าหลายๆ ที่ที่คุยกับเพื่อนเขาก็ไม่ได้ซื้อประกันให้ และก็ดูแลเราตลอด มีสอบถามตลอดว่าช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง แจ้งได้นะ ถ้าเรียนไม่โอเคด้านไหนก็จะไปแจ้งกับทางโรงเรียนให้ค่ะ ลองดู KPG เป็นตัวเลือกดูนะคะ

อ่านเกี่ยวกับ Cebu International Academy – คลิก

Photo Credits :  คุณเบล

ติดต่อขอรับคำปรึกษา

 

เรียนต่อแคนาดา อเมริกา นิวซีแลนด์

Line : @korpungun

เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์

Line : @kpglearn

คอร์สออนไลน์ KPG LIVE

Line : @kpglive

TEL: 094-883-8778