[รีวิว] เรียนหลักสูตร General ESL ที่ Monol โดยคุณ Happy

รีวิว เรียนหลักสูตร General ESL ที่ฟิลิปปินส์
ระยะเวลา 4 สัปดาห์ (1 – 28 December 2024)
กับสถาบัน Monol โดยคุณ Happy

ทำไมถึงสนใจไปเรียนที่ฟิลิปปินส์?

ผมต้องการที่จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อมาสนับสนุนงานที่ทำอยู่ครับ เพราะงานที่ทำอยู่จะเป็นการติดต่อกับบริษัทต่างประเทศ ซึ่งตั้งแต่หลังโควิดมาจะมีติดต่อกับทางประเทศจีน และประเทศเกาหลี ที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการคุยกัน ซึ่งปัญหาของผมที่เจอตอนนั้นคือ ฟังสำเนียงเขาไม่ค่อยรู้เรื่อง หลังจากเรียนที่ฟิลิปปินส์ไปเราก็กล้าพูด กล้าคุยมากขึ้นครับ

ทำไมถึงเลือกเรียนที่สถาบัน Monol?

จากที่ดูข้อมูลดูเห็นว่าเป็นสถาบันที่มีความยืดหยุ่นครับ มีการใช้ชีวิตและกิจกรรมที่เหมาะกับวัยทำงานด้วยครับ พอได้ไปเรียนจริงๆ ก็ตอบโจทย์กับความต้องการครับ สิ่งอำนวยความสะดวกก็เรียบร้อยดีทุกอย่างครับ ตั้งแต่ห้องเรียน ห้องนอน ห้องทานอาหาร รวมไปถึงฟิตเนส ห้องสันทนาการ ห้องนั่งเล่น พักผ่อน ร้านอาหาร คาเฟ่ ก็เบ็ดเสร็จอยู่ในโรงเรียนที่เดียวก็รู้สึกสะดวกสบายดีครับ

ผ่าน ต.ม. ยากไหม?

ก็ถามเยอะครับ เช่น มาทำอะไร ให้โชว์หลักฐานที่มาเรียน และเอกสารเที่ยวบินขากลับ เขาดูละเอียดมากเลยครับ เทียบกับเอกสารตอบรับเข้าเรียนของเราว่าเราเรียนเสร็จวันไหน เรากลับวันไหน เพราะวันสุดท้ายที่โรงเรียนคือ 28 ธันวา แต่ผมกลับ 29 ธันวาเพราะจะอยู่เที่ยวมะนิลาก่อน 1 วัน เขาก็ถามผมว่าทำไมผมไม่กลับตั้งเเต่วันที่ 28 ธันวาเลย ผมก็เลยบอกว่า ผมจะอยู่เที่ยวก่อนครับ

หลักสูตร General ESL เป็นยังไง?

ดีครับ โรงเรียนก็ให้เราสอบวัดระดับก่อน และจัดรูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะกับระดับภาษาอังกฤษของเราครับ ไม่ได้ยากเกินไปหรือง่ายเกินไป และมีการปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับงานของเราด้วยครับ เช่น ในเรื่องการพูดคุย หารือกัน ก็พยายามโยงหัวข้อที่คุยไปในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับงานที่เราทำอยู่ครับ ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะต้องเรียนตามบทเรียนที่โรงเรียนมีเป๊ะๆ ครับ

เพราะผมมีคุยกับคุณครู ครูเขาก็มีการสัมภาษณ์เราก่อนเรียนว่า เราทำงานอะไรอยู่ ซึ่งบางเรื่องที่เรียนก็วัยรุ่นเกินไปสำหรับเรา ก็เลยคุยกับครูว่าขอปรับเรื่องที่เราจะสนทนากันได้ไหม ไปเป็นหัวข้อที่เหมาะกับงานของเราครับ

สำเนียงครูฟิลิปปินส์เป็นอย่างไร?

ก็ดีนะครับ ส่วนตัวผมไม่รู้ว่าสำเนียงแบบไหนถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แต่เท่าที่คุยกับครูก็เข้าใจคุณครูง่าย เหมือนเวลาที่เราดูหนังเลยครับ

อย่างผมคุยกับเพื่อนที่เป็นคนจีน คนอินเดีย คนเกาหลี เรารู้เลยว่ามันไม่ใช่สำเนียงที่เราคุ้นเคย แต่กับคุณครูสำเนียงเขาก็เหมือนกับเวลาที่เราดูหนัง ในสื่อต่างๆ ที่เราดูเป็นภาษาอังกฤษปกติเลยครับ

ประทับใจคุณครู?

ประทับใจตรงที่ครูเขามีความยืดหยุ่น ให้ความสำคัญกับตัวนักเรียน ให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางว่านักเรียนมีความสนใจอะไรเป็นพิเศษ ไม่ได้ต้องเรียนตามที่ครูเขากำหนดเท่านั้นนะ ชอบตรงที่เขาใส่ใจเรา พยายามปรับรูปแบบการเรียนให้สอดคล้องกับเราครับ

ชอบวิชาไหน?

Speaking กับ Discussion ครับ คลาส Speaking ครูเขาจะมีหัวข้อที่เราสนใจมาให้เราเลือก ก็จะมีคำถามพูดคุยแลกเปลี่ยนกันครับ ซึ่งครูเขาก็ยืดหยุ่นหัวข้อที่คุยให้เหมาะกับงานที่เราทำได้ครับ บางคลาสก็ให้เราเตรียมตัวนำเสนอเกี่ยวกับงานที่เราทำ ก่อนที่จะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันครับ

แต่ Discussion จะเรียนแบบกลุ่ม บางครั้งก็จะมีข้อจำกัดตรงที่ ถ้าเป็นกลุ่มที่มีความสนใจไม่ตรงกันก็จะมีความสนใจที่แตกต่างกัน จะไม่เหมือนกับการเรียนตัวต่อตัวครับ สิ่งที่ผมชอบคือ แต่ละคนก็จะมีความคิดเห็นต่างกัน เราก็จะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ เราจะได้เห็นความคิดของแต่ละคนที่มาจากแต่ละประเทศ แต่ละวัฒนธรรม เขาก็จะมีมุมมองต่างกัน ก็เลยสนุกดีครับ แต่ก็จะต้องเป็นประเด็นที่ไม่ละเอียดอ่อนมาก เพราะถ้าละเอียดอ่อนมาก ก็จะทะเลาะกัน

ส่วนตัวผมชอบคาบเรียนตัวต่อตัวมากกว่าคาบเรียนกลุ่มครับ เพราะคาบเรียนกลุ่มที่โรงเรียนเป็นคาบเรียนแบบเปิดใครจะเรียนก็ได้ ไม่เรียนก็ได้ ผมเคยเจอกลุ่มที่มี 5 คน ผมก็เลือกที่จะไม่เข้าคาบนั้น เปลี่ยนไปเรียนกลุ่มที่มีแค่ 3 คนแทน ซึ่งบางห้องไม่มีนักเรียนเลย ครูนั่งว่างอยู่คนเดียว ผมก็เลยไปนั่งเรียนกับครูเขา โดยส่วนตัว คาบเรียนกลุ่มไม่ควรเกิน 5 คนครับ เพราะบางห้องก็มีเป็น 10 คนเลย บางห้องก็ไม่มีคนเลย

ซึ่งถ้าดูจากตารางเรียนผมก็ไม่ได้เรียนตามที่โรงเรียนจัดมาให้สำหรับตามกลุ่ม ผมเลือกไปเรียนกับห้องที่นักเรียนน้อยๆ แทนครับ ซึ่งก็จะไม่ตรงกับตารางเรียนครับ

วิชาที่ไม่ชอบ?

ก็ไม่เชิงไม่ชอบครับ แต่อาจจะเป็นวิชาที่ใหม่สำหรับเรา เช่น การออกเสียง ซึ่งผมไม่รู้จักและไม่เคยฝึกมาก่อน ก็เลยรู้สึกว่ายาก เพราะเราไม่คุ้นเคยกับการฝึกรูปปาก การใชัลิ้นเวลาออกเสียงต่างๆ เทคนิคต่างๆ ในการออกเสียง เช่น ลองจับที่คอดูถ้าเป็น Voiceless มันจะไม่สั่นนะ แต่ก็ยังยากอยู่เพราะเป็นเรื่องใหม่สำหรับผมครับ ซึ่งครูก็สอนได้สนุกดีครับ

ปรับตัวยากไหม?

ผมไม่ได้ปรับตัวอะไรเลย สบายมากๆ เลยครับ

โรงเรียนไม่ใช้หนังสือเรียน?

จะเป็นการดาวโหลดฟรี ไม่เสียเงินครับ คุณครูจะมี QR Code มาให้เราดาวโหลดแบบเรียนทุกคาบเรียนเลยครับ บางทีก็มีนอกเหนือจากที่โรงเรียนกำหนด คุณครูเขาก็เตรียมมาให้เราโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ

เพื่อนที่โรงเรียน?

จะเป็นเพื่อนกลุ่มคนทำงานด้วยกันครับ เป็นวัยใกล้เคียงกัน ก็จะสนิทกัน ก็จะมีเป็นเกาหลี ญี่ปุ่นครับ เพราะว่าเป็นหน้าหนาวของเขา เขาก็หนีหนาวมาเรียน มาพักผ่อน มาตีกอล์ฟอยู่ที่นี่กัน 2-3 เดือนครับ

แต่นักเรียนในโรงเรียนก็จะมีซาอุฯ เป็นหลักเลยครับ รองลงมาจะมีจีน เกาหลี และญี่ปุ่นครับ นักเรียนที่มาจากซาอุกับจีนก็ดูเป็นช่วงวัยเด็ก ม.ปลาย ส่วน ญี่ปุ่น เกาหลีก็จะเป็นวัยทำงานครับ

ซึ่งช่วงที่ผมไปก็ไม่มีคนไทยเลยครับ เป็นคนไทยคนเดียว แต่ผมว่าเป็นข้อดีนะ ที่ทำให้เราได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษเยอะขึ้นครับ เพราะไปเห็นเด็กๆ จากซาอุฯ จากจีนที่มากันเยอะๆ เขาก็จับกลุ่มคุยกันเป็นภาษาของเขาเอง ซึ่งถ้าผมไปแล้วเจอคนไทยเยอะๆ ก็น่าจะเหมือนกับเขาที่คุยภาษาไทยกัน ไม่ได้คุยภาษาอังกฤษครับ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากกว่าสำหรับการเป็นคนไทยคนเดียวในโรงเรียน

ห้องพักเป็นอย่างไร?

ห้องพักก็ดีนะครับ เป็นห้องพัก 3 คน แต่ว่าสัปดาห์แรกก็มีรูมเมทครับ แต่หลังจากนั้นผมก็อยู่คนเดียวตลอดเลย ห้องกว้างเลยครับ เพราะเหมือนเป็นห้องสำหรับครอบครัว แต่ผมได้อยู่คนเดียวครับ สิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีสายชำระด้วยครับ

ผมมีไปดูห้องของเพื่อนที่อยู่กัน 2 คน ห้องเขาแคบกว่าห้อง 3 คนที่ผมอยู่เยอะเลย แล้วก็แพงกว่าผมด้วยครับ

โรงเรียนก็จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกสัปดาห์ มีบริการซักอบผ้าก็ฟรี  ก็ดีครับ

เสาร์-อาทิตย์ เที่ยวไหนบ้าง?

ก็ไปเที่ยวตลอดเลยครับ มีไปสวนสาธารณะ ไปหมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านของกลุ่มชนพื้นเมืองของเขา พิพิธภัณฑ์ ไปเดินเล่นดูตลาดเขา มีไปขี่ม้าที่แคมป์จอห์นเฮย์ครับ ซึ่งผมประทับใจมาก เพราะได้ขี่ม้าเข้าไปในป่าจริงๆ ตอนแรกเขาก็จะช่วยจูง พอเราเริ่มบังคับม้าได้ เขาก็ให้เราบังคับม้าเองครับ ซึ่งเขาก็ยังเดินตามเราอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ทิ้งเราครับ ก็ขี่ขึ้นเขา ลงเขา มันไม่ใช่แค่จูงม้าเหมือนที่ชายหาดหัวหิน แต่เป็นการขี่ม้าเข้าไปในป่าจริงๆ ซึ่งเป็นป่าสน ก็ไปดูไร่กาแฟให้เราได้ไปดู ซึ่งก็สวยงาม เพราะผมชอบสถานที่ที่เป็นธรรมชาติครับ จริงๆ เขามีหลายเส้นทางให้เราได้เลือกได้ ผมเลยเลือกเส้นทางที่เดินเข้าไปในป่า น่าจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าได้ครับ

อาหารโรงเรียน?

ก็ดีนะครับ ห้องอาหารก็สะอาดสะอ้าน น่านั่งดี แต่ว่ามันเบื่อครับ พอกินไปเรื่อยๆ ก็เบื่อ อาทิตย์แรกก็กินที่โรงเรียน แต่หลังจากนั้นก็ออกไปกินข้างนอก ตรงข้ามโรงเรียนจะมีคล้ายๆ ร้านข้าวแกงบ้านเราครับ ซึ่งรสชาติก็คล้ายๆ บ้านเราเลยครับแต่ไม่เผ็ด ก็จะมีผัดผักเหมือนบ้านเราเลยครับ มีผัดถั่วงอกใส่เต้าหู้ มีหมูผัดใส่กะปิ เป็นอาหารที่เหมือนบ้านเราแต่ไม่มีพริกเท่านั้นเลยครับ ราคาไม่เเพง ประมาณ 70 เปโซครับสำหรับกับข้าว 2 อย่าง

รวมถึงโรงเรียนมีอาหารเช้าให้ทุกวันที่มีเรียนด้วยครับ ก็จะเป็นขนมปัง ไข่ดาว สลัด หรือเลือกเป็นอาหารท้องถิ่นก็จะเป็นข้าว ไส้กรอกที่รสชาติก็เหมือนบ้านเราเลยครับ เราอาจจะซื้อน้ำพริกติดไปหน่อยก็โอเคเลยครับ

สภาพเเวดล้อมเมืองบาเกียว?

มันก็มีทั้งจุดที่ดีเเละไม่ดี ฟุตบาทเขาก็ค่อนข้างแคบก็จะเดินลำบาก เพราะผมชอบเดินสำรวจในเมือง สำรวจหมู่บ้านครับ ถ้าเขาสามารถปรับปรุงให้ทางเท้าดีกว่านี้ก็จะดีมากเลยครับ ซึ่งในจุดที่อยู่ในเมืองเขาก็มีฟุตบาทอะไรน่าเดินดีครับ แต่พอออกนอกเขตเมืองก็จะเป็นฟุตบาทแคบๆ บางจุดก็ไม่มีฟุตบาทเลยครับ

วิธีการเดินทางเข้าเมืองไปที่ต่างๆ?

ผมนั่งจิ๊ปนีย์เป็นหลักเลย  เพราะ Taxi โบกยากมากครับ จริงๆ Taxi จากโรงเรียนเข้าเมืองหาง่ายครับ แต่จากตัวเมืองกลับมาที่โรงเรียน Taxi หาค่อนข้างยากครับ ผมใช้ Grab ก็ยังหาไม่ได้เลยครับในวันเสาร์ อาทิตย์ที่ผมเข้าไปเดินเล่นในเมือง ก็เลยต้องใช้บริการจิปนีย์กลับมาที่โรงเรียนตลอดเลยครับ เพราะรู้สึกว่าสะดวกกว่า Grab

ซึ่งตอนแรกที่นั่งจิ๊ปนีย์เกิดจากการที่ผมหา Taxi กลับโรงเรียนไม่ได้ ผมก็ถามคนท้องถิ่นแถวนั้น เพราะก็หาป้าย หาสถานีไม่เจอ เลยถามเขาว่าถ้าเราจะไปตรงนี้ โรงเรียนอยู่ตรงนี้ต้องขึ้นสายไหน เขาก็แนะนำ คนที่นั่นใจดีครับ เขาเฟรนลี่ดี ให้ความช่วยเหลือดี น่ารักมากครับ ซึ่งเขาไม่ได้แค่บอกเราเฉยๆ แต่เขาเดินพาเรามาส่งถึงสถานีรอรถเลยครับ

เมืองบาเกียวปลอดภัยไหม?

ก็ปลอดภัยนะครับ ผมไปเดินในเมืองมาก็รู้สึกว่าปลอดภัย ไม่ได้รู้สึกว่าน่ากลัวอะไร แต่ก็มีมุมมืดตามซอก ตามซอยที่เราก็รู้ว่าก็ไม่ควรไปด้วยสัญชาตญาณ แต่โดยทั่วไปก็ปกติดีครับ

เต็ม 10 ให้คะแนน Monol เท่าไหร่?

ให้ 9 ไปเลยครับ ที่อยากให้ปรับปรุงนิดหน่อย ก็จะเป็นเรื่องการเเจ้งวันเรียนชดเชย ที่อยากให้แจ้งตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ เพราะเขาจะแจ้งทีละสัปดาห์ครับ เนื่องจากเราจะได้วางแผนในการเดินทางกลับได้เหมาะสมครับ

ควรเตรียม Pocket money เท่าไหร่?

10,000 ก็พอครับ อย่างที่ทาง KPG บอกให้เตรียมไป จริงๆ ผมก็ใช้ไม่หมด มีเงินเหลือกลับมาด้วยครับ แต่ว่า ผมมีใช้ Travel Card ด้วยเวลาไปตามห้าง SM เรทอัตราแลกเปลี่ยนก็ดี ไม่โดนชาร์จเพิ่ม และได้ Cashback กลับมาด้วย ก็เลยใช้ Travel Card ไม่ได้ใช้เงินสดครับ

แนะนำสำหรับคนที่อยากไปเรียนหรือยังลังเล?

ไปเรียนเลยครับ คุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยประสบการณ์ที่ได้รับผมว่ามันคุ้มค่ามากครับ

ทำไมเลือกใช้บริการ KPG?

รู้จักเพราะว่าดูในยูทูปของ Ball-Yod ไหนพาปัง ครับ เพราะไลฟ์สไตล์ของ บอลกับยอด ก็คล้ายๆ เรา ช่วงอายุก็วัยใกล้ๆ กัน ผมดูรีวิวจากเขาเราก็รู้สึกว่าน่าไปนะครับ

การบริการของ KPG ก็ดีนะครับ ก็ยังติดตาม ให้ความสนใจ ถึงแม้ว่าจะส่งไปถึงโรงเรียนแล้ว ก็ยังติดตามว่าเป็นยังไงบ้างครับ

อ่านเกี่ยวกับ Monol – คลิก

Photo Credits :  คุณ Happy

ติดต่อขอรับคำปรึกษา

 

เรียนต่อแคนาดา อเมริกา นิวซีแลนด์

Line : @korpungun

เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์

Line : @kpglearn

คอร์สออนไลน์ KPG LIVE

Line : @kpglive

TEL: 094-883-8778