[รีวิว] ความแตกต่างด้านการเรียนภาษาในอเมริกาและไทยใน Edmonds Community College โดย โบนัส

ความแตกต่างด้านการเรียนภาษาในอเมริกาและไทย โดย โบนัส

ความแตกต่างด้านการเรียนภาษาในอเมริกาและไทย

โดย โบนัส 
เรียนที่ Edmonds Community College 

หลักสูตร ESL 
ระยะเวลา : ธันวาคม 2016 – มิถุนายน 2017 

ก่อนไปพื้นฐานภาษาอังกฤษเป็นยังไงบ้าง ?

แกรมม่าผิดๆถูกๆ แต่พูดพอได้ ฟังรู้เรื่อง เอาตัวรอดได้ประมาณนึงแต่ไม่ถึงขนาดแอดวานซ์อะไรขนาดนั้นค่ะ ตอนแรกที่มาที่นี่ก็ได้ Level 2 และก็ไปสอบเลื่อนระดับมาได้ Level 3 จะเข้าวิทยาลัยแต่มันยังเข้าไม่ได้เลยต้องเรียน ESL ปรับพื้นฐานไปก่อนค่ะ

ทำไมถึงเลือกมาเรียนที่ต่างประเทศและทำไมถึงต้องเป็น Edmonds ?

ตอนแรกก็เสิร์ชในกูเกิ้ลทั่วไปเกี่ยวกับโรงเรียนสอนภาษาในอเมริกาก็ดูไปเรื่อยๆจนเจอ Edmonds ของก้อปันกันขึ้นมาเกี่ยวกับ Community College ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้เลยว่า Community College มีสอนภาษาด้วย นึกว่ามีแค่พวกสถาบันสอนภาษาโดยเฉพาะก็เลยเข้ามาดูข้อมูลและสนใจ ส่วนตัวแล้วคิดว่า การเรียนแบบ Community College มันดูได้ใช้จริงมากกว่า ได้เรียนทั้งวันแบบแน่นๆไปเลย แต่โรงเรียนสอนภาษาบางที่วันนึงมันได้เรียนแค่แป๊ปเดียว

เป้าหมายของการมาเรียนที่ Edmonds ?

ตอนแรกคุยกับที่บ้านว่าอยากได้ภาษาเลยตั้งใจมาเรียน ESL อยู่แล้วเพื่อปรับระดับพื้นฐานภาษาแต่พอมาถึงที่นี่มันมีวิทยาลัยด้วยที่เรียนใบ Certificate และพอเรียนจบจะได้ใบฝึกงานที่อเมริกาเลย อาจารย์ที่นี่เขาเลยแนะนำว่าลองเลือกเรียนแบบวิทยาลัยก่อน เผื่อถ้าสอบผ่านระดับภาษาจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปเรียน ESL เพราะมันจะเข้าเรียนในระดับวิทยาลัยได้เลย แต่ปรากฏว่าไม่ผ่าน ตอนนี้เลยต้องเรียน ESL ไปก่อน

ความแตกต่างด้านการเรียนภาษาในอเมริกาและไทย Bonus Edmonds ESL

การเรียนภาษาอังกฤษที่ Edmonds กับที่ไทยแตกต่างกันยังไงบ้าง ?

ต่างกันมากค่ะ แกรมม่าที่ไทยตอนเรียนมาต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่หมดที่นี่ เพิ่งรู้ว่าที่ตัวเองเรียนมามันผิดหมดเลย ครูที่นี่สอนใจเย็นมากสามารถยกมือถามได้ตลอดทั้งคาบ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้ ไม่มีการเหวี่ยง หรือ หงุดหงิดใส่เลยทั้งที่เราถามบ่อยมากๆ ครูที่นั่น เขาจะไม่ดุเด็กต่อหน้าคนทั้งห้องไม่เหมือนกับที่ไทยที่ถ้าเราทำอะไรผิด ครูเขาก็จะดุเลย ครูเขาจะให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมตลอดเวลา คุยหยอกกันเหมือนเพื่อนเลย เขาเข้าใจเด็กมากว่าพวกเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เขาใส่ใจเด็กมาก เขาเดินเข้าไปถามเด็กทุกคนในห้องเรียนเลยและเราสามารถไปหาเขาที่ออฟฟิศเพื่อปรึกษานอกรอบได้ด้วย พวกคุณครูก็จะเป็น Native Speaker หมด ส่วนคนต่างชาติในห้องเรียนส่วนมากก็จะเป็นคนแถบเอเชียหมดเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน แต่ถ้าเขาคุยกับคนชาติอื่นก็จะคุยภาษาอังกฤษ ของหนูคลาสนึงนักเรียนเยอะที่สุดก็ไม่เกิน 20 คน คาบเช้าจะเป็นการเรียน Writing และ Grammar ส่วนคาบบ่ายจะเป็น Reading , Speaking และ Listening

ความก้าวหน้าในด้านภาษาอังกฤษไปถึงไหนแล้ว ?

แกรมม่าหนูดีขึ้นมากค่ะ ดีจนน่าตกใจ แกรมม่าเทอมที่แล้วหนูได้ 98% เต็ม 100% เทอมนี้ก็มีเทสผ่านมา 2 เทสแล้ว แกรมม่าหนูไม่เคยได้ต่ำกว่า 90 เลย ครูเขามีวิธีการสอนที่ดึงความสนใจหนูได้ ทำให้หนูรู้สึกอยากเรียน อยากทำการบ้าน อยากกลับมาอ่านหนังสือทบทวน แต่ถ้าเป็นที่ไทยนี่จบคลาสเสร็จก็ไม่สนใจแล้ว

สภาพแวดล้อมในเมืองเป็นแบบไหน ?

สภาพแวดล้อมในเมือง ในดาวน์ทาวน์จะต่างกันมากอารมณ์คล้ายๆ นิวยอร์ค แต่ถ้าเป็นแถววิทยาลัยมันจะเงียบสงบ ในความรู้สึก หนูรู้สึกว่ามันปลอดภัยนะคะแต่เราก็ควรจะระวังตัวเองเวลาออกไปตอนกลางคืน เคยเดินออกไปกับเพื่อนตอนกลางคืนเหมือนกันแต่ก็ปลอดภัยดีค่ะ ต่างคนต่างกลัวกันเอง เขาก็กลัวเรา เราก็กลัวเขา

พูดถึงเพื่อนในวิทยาลัยนั้นหน่อยว่าเป็นยังไง ?

เพื่อนในห้องค่อนข้างน่ารักค่ะ พวกเขาพยายามที่จะทำความรู้จักกัน แต่ถ้าที่ไทยแรกๆพวกเราจะไม่ค่อยเข้าหากันมาก ต่างรอให้อีกฝ่ายเข้าหากันก่อน แต่ที่นี่ เขาดูพยายามทำความรู้จัก เซย์ไฮกันจนรู้จักกัน แล้วที่นี่ชอบอย่างนึงเขาจะไม่ค่อยมีกลุ่ม ถ้าอย่างที่ไทยจะชอบมีกลุ่ม ถ้าอย่างที่นี่ต่อให้เป็นกลุ่มคนจีน แต่เราก็ยังไปไหนมาไหนกับเขาได้ปกติอยู่ เด็กจีนที่นี่น่ารักมากค่ะ เฟรนด์ลี่ เพื่อนๆหนูน่ารักกันหมด

ที่พักเป็นยังไงบ้าง ?

หนูพักรวมค่ะ เป็นบ้านอยู่หน้าวิทยาลัยเลย รวมกับเพื่อนต่างชาติ ในบ้านจะมีประมาณ 9 คน คนเวียดนาม 6 คน คนไทย 3 คน แต่ที่อยู่ได้เพราะค่าเช่ามันถูก เดือนละประมาณ 400 ดอลลาร์ ช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะเลยแต่ถ้าจะถามว่ามันโอเคขนาดนั้นรึเปล่า ก็ไม่ใช่เพราะอยู่กันตั้ง 9 คน พอคนเยอะมันก็เรื่องเยอะตามไปด้วย ก็มีปัญหากันบ้างค่ะ แต่แป๊ปๆก็เคลียร์กันได้ กลับมาคุยกันอีก แต่หนูก็อยู่เฉยๆของหนูไปค่ะ

ที่จริงก่อนหน้านี้หนูอยู่บ้านโฮสต์ค่ะ มีห้องส่วนตัว ในบ้านมีแค่ 4 คน แต่ที่หนูออกมาเพราะมีปัญหากับทางเจ้าของบ้าน บางทีหนูนั่งเล่นคอม หรือ นอนอยู่ เขาก็ชอบเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะประตู แล้วก็เรื่องความสะอาดค่ะ เขาใช้หนูทำความสะอาดห้องน้ำคนเดียวแต่เขาไม่ใช้เมทอีกคนนึงที่เป็นคนเวียดนามเหมือนกับเขาเอง ซึ่งจริงๆเราต้องผลัดเวรกัน

(หมายเหตุ : โบนัสไม่ได้ใช้บริการจัดหาที่พักและคัดกรองจากทางวิทยาลัย)

วันหยุดไปทำอะไรบ้าง ?

วันหยุดส่วนใหญ่ก็เหนื่อยแล้วค่ะ ก็จะนอนอยู่บ้านแต่ก็มีพี่ที่รู้จักเขาพาขับรถออกไปเที่ยวบ้าง ล่าสุดที่ไปมาก็ทุ่งทิวลิป แต่ตั้งแต่อยู่นี่มายังไม่ค่อยได้ไปไหนเยอะเลย มาอยู่ที่นี่ควรจะมีรถเพราะมันจะไปไหนมาไหนสะดวกกว่า บัสก็รอนานอยู่ค่ะแต่โชคดีที่มันมีหลายสาย

พอมองย้อนกลับไปแล้ว ตอนนี้คิดว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน ?

เปลี่ยนไปเยอะนะ อันดับแรกเลย เรื่องนิสัย ทำให้หนูมีความอดทนขึ้นมากจริงๆ เมื่อก่อนตอนอยู่ไทยใครทำอะไรไม่ถูกใจนิดนึง หนูก็เหวี่ยง ชักสีหน้าใส่ แต่พอมาอยู่ที่นี่ก็ได้เรียนรู้ว่าถ้าเกิดไม่ถูกใจอะไรขึ้นมา เราก็จะเก็บอะไร ไม่ฉุนเฉียวเหมือนเมื่อก่อน เราโตขึ้นแล้วมันก็ต้องเก็บอารมณ์ ควบคุมอารมณ์ไม่แสดงออกมาก เรื่องที่สอง คือ การใช้เงินค่ะ ประหยัดกว่าตอนอยู่ไทย เพราะเวลาเราจะใช้ซื้ออะไรบางอย่าง เราจะคำนวณเงินให้เป็นค่าเงินบาท เพราะต้องจ่ายทั้งค่าบ้าน ค่ากินส่วนตัวอีก

สิ่งที่ประทับใจในก้อปันกัน ?

พี่ๆทุกคนใจดีมากเลยค่ะ ตั้งแต่ตอนทักไปถามแรกๆ พี่ๆให้ข้อมูลดีมาก ตอบทุกคำถามขนาดหนูถามเยอะ บางทีหนูถามแล้วถามอีกแต่พวกพี่ก็ยังจะตอบ แล้วก็ได้เจอพี่กันต์ที่อเมริกา (เจ้าของก้อปันกัน) แล้วด้วย พี่กันต์พาไปเลี้ยงอาหารจีนค่ะ ตอนแรกว่าจะถลุงให้หมดกระเป๋าเลย เสียดาย อิ่มซะก่อน

สิ่งที่อยากบอกต่อสำหรับคนที่อยากไปเรียนที่วิทยาลัยนี้ ?

อยากให้มาเรียนที่นี่นะ ด้วยบรรยากาศ อาจารย์ เพื่อนๆที่นี่น่ารักมาก โรงเรียนน่าอยู่จริงๆ ร้องเป็นเพลงได้เลย เพราะมันเป็นจริงๆตามเนื้อเพลง ที่นี่มีเด็กไทยประมาณ 30 คนแล้วน้องๆที่นี่ก็น่ารักทุกคนเลย ตอนแรกก็กังวลเหมือนกันนะคะเพราะมาคนเดียว กลัวจะเหงาเหมือนกัน แต่พอมาเจอน้องๆเพื่อนๆก็หายเหงาค่ะ

เกี่ยวกับวิทยาลัย Edmonds คลิก

# ความแตกต่างด้านการเรียนภาษาในอเมริกาและไทย
Photo Credit : โบนัส 

ขอรับคำปรึกษา

บริการในการสมัคร ประสานงาน

แนะนำในการศึกษาต่อต่างประเทศ และเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี!

โทร 095-909-3960