วลีที่ชอบ รวม 50+ ประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันง่ายๆ แค่จำไปใช้ก็สื่อสารได้เลย!

รู้หรือยัง ว่าเดี๋ยวนี้การพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ใช่ความสามารถพิเศษแล้วนะคะ แต่เป็น ‘เรื่องธรรมดา’ ที่สังคมคาดหวังว่าทุกคนต้องทำได้ ยิ่งการสื่อสารในยุคปัจจุบันไร้พรมแดนมากขึ้นเท่าไหร่ โลกก็ต้องการคนที่ ‘ครบเครื่อง’ มากขึ้นเท่านั้น จะดีกว่าไหมถ้าคุณเป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นเชฟ เป็นพนักงานขาย ที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีโดยไม่ต้องง้อคนอื่น! แค่ฝึกทุกวันก็เพิ่มโอกาสให้กับตัวเองได้มากขึ้นแล้ว

ประโยคภาษาอังกฤษในงานบริการ

ฝึกใช้ประโยคที่มากกว่า Yes, No, OK, Thank you ได้แล้วค่ะ! ภาษาอังกฤษในงานบริการมีประโยชน์สำหรับทุกคนมากๆ เพราะเต็มไปด้วยวลีที่สุภาพ ทำให้คนใช้ดูดีขึ้นในพริบตา เช่น แทนที่จะถามว่า ‘คุณชื่ออะไร’ ให้ใช้ ‘ขอทราบชื่อคุณหน่อยได้ไหมครับ’ เห็นมั้ยว่าเก๋ขึ้นเป็นกอง!

สำหรับพนักงาน

[wptb id=17125]

สำหรับลูกค้า

[wptb id=17128]

Key Takeaways

  • Can I have ไม่ได้แปลว่า ‘ฉันสามารถมี’ แต่เป็นการขออย่างสุภาพ เช่น Can I have water? (ขอน้ำหน่อยได้ไหมคะ) หรือ Can I have it more? (ขออีกหน่อยได้ไหมคะ)
  • Please เติมได้ทั้งหลังประโยคคำถาม และประโยคบอกเล่า เพิ่มความสุภาพ แต่! อย่าใช้จนเยอะเกินไป เพราะจะกลายเป็นการประชดได้นะคะ
  • Would you like ก็เป็นวลีสำหรับถามอย่างสุภาพ ตามด้วย to+verb เช่น Would you like to have some coffee? (รับกาแฟหน่อยไหมคะ? – อันนี้ได้ยินบ่อยบนเครื่องบิน)
  • Do you have ก็เป็นประโยคที่มีประโยชน์มากๆ แปลเป็นไทยว่า ‘มีไหม’ เช่น Do you have any Croissant? (มีครัวซองต์ไหม) หรือ Do you have free Wifi (มีไวไฟฟรีไหม – ถ้าถามในร้านอาหาร หมายถึงที่ร้านน่ะมีให้ใช้ฟรีไหม ไม่ได้หมายถึงคนที่ถูกถามว่ามีไวไฟให้ฉันใช้ไหม)

ประโยคภาษาอังกฤษในการซื้อขาย

คนจะกล้าพูดก็ตอนต่อราคานี่ล่ะค่ะ! มหัศจรรย์แห่งการช้อปปิ้งคือการสื่อสารที่มากกว่าการชี้ เพราะบางทีต้องถามว่ามีสีอื่นไหม มีไซส์หรือเปล่า ซื้อเยอะลดไหม โอ้ย! สารพัดจะสรรหามาอธิบาย เอาเป็นว่าถ้าซื้อของได้ ขายของให้ชาวต่างชาติเป็น ชีวิตนี้ก็ไม่อดตายแล้วค่ะคุณขา

สำหรับพนักงาน

[wptb id=17110]

สำหรับลูกค้า

[wptb id=17114]

Key Takeaways

  • Sir / Ma’am แปลว่าคุณผู้ชาย / คุณผู้หญิง (Ma’am ย่อมาจาก Madam) เอาไว้ใช้เพื่อให้เกียรติลูกค้า และจำไว้ว่าอย่าเรียกลูกค้าผู้ชายว่า ‘Mister’ ควรใช้ Hello, sir! จะเหมาะกว่า
  • Can I / Can you เป็นวลีที่เอาไว้ถามว่าเราสามารถทำสิ่งนั้นได้ไหม เช่น Can I go to the restroom? (ขอไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม) / Can you split the bill? (แยกบิลให้หน่อยได้ไหม) สุภาพน้อยกว่า Could you please แต่ก็ใช้ง่าย และใช้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน

ประโยคภาษาอังกฤษในการทำความรู้จักเพื่อนใหม่

นอกจาก Hi! และ Hello! ควรจะต่อด้วยเรื่องอะไรดี อย่าปล่อยให้บทสนทนาเงียบจนหมดความมั่นใจ เพราะว่าไปคนไทยนี่ละที่ชวนคุยเก่งไม่แพ้ชาติอื่น แค่ศึกษาให้ดีก่อนว่าเวลาเป็นการพูดระดับสากลแล้ว เรื่องไหนควรถาม เรื่องไหนไม่ควรพูด!

[wptb id=17116]

Key Takeaways

  • No Personal Questions! เพิ่งรู้จักกันอย่าถามข้อมูลส่วนตัว เช่น อายุเท่าไหร่ เชื้อชาติอะไร เกิดวันไหน แนะนำให้พูดคุยเรื่องทั่วไป เช่น สภาพอากาศ / สถานที่ หรืองานอดิเรก
  • Admire เน้นชมไม่เน้นวิจารณ์ เป็นธรรมดาที่ชาวต่างชาติจะชมแล้วชมอีก เช่น I love your dress หรือ I love your hair ซึ่งวลี I love ตรงนี้มีความหมายว่าชอบมาก เป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย ถ้าไม่สนิทกันงดวิจารณ์นะคะ โดยเฉพาะเรื่องรูปร่างและสีผิว จะด้วยความหวังดีก็ไม่ควร
  • How was เป็นคำถามที่ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว และต้องการคำอธิบายมากกว่า Yes หรือ No เช่น How was your meal? (อาหารที่กินไปเป็นยังไงบ้าง?) หรือ How was your trip? (ไปเที่ยวมาเป็นยังไงบ้าง?) เป็นการชวนคุยที่ดีทีเดียว
  • isn’t it ในทางแกรมม่าเรียกโครงสร้างนี้ว่า ‘Question Tag’ ตรงนี้ให้เข้าใจว่าเป็นการชวนคุย หรือหาพวก เพราะแปลเป็นไทยให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ‘ใช่ไหม’ เช่น This movie is very cool, isn’t it? (หนังเรื่องนี้เจ๋งมากเลย ใช่ไหม) เวลาตอบก็ Yes หรือ No ปกติที่เราอยากตอบ

ประโยคภาษาอังกฤษในการเดินทาง

ทริปต่างประเทศนี่ถือเป็นเครื่องชี้วัดระดับภาษาอังกฤษได้เลยนะว่าคุณมีทักษะในการเอาตัวรอดมากแค่ไหน จริงอยู่ที่เทคโนโลยีจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญ แต่บางครั้งก็ไม่ทันใจใช่ไหมล่ะ จะดีกว่าไหมที่คุณสามารถใช้ประโยคพื้นฐานได้อย่างคล่องแคล่ว ประหยัดเวลาได้เยอะ ส่วน Google Translate แนะนำว่าเอาไว้ใช้ตอนจะคอมเพลนโรงแรม!

[wptb id=17118]

Key Takeaways

  • Questions! ถามถูกก็ได้คำตอบถูก บางครั้งความงุนงงเกิดจากคำถามที่ผิดนั่นล่ะค่ะ ฉะนั้นจำให้แม่น ฝึกให้ดีว่าถ้าอยากได้คำตอบแบบนี้ ควรถามแบบไหน What When Where How พวกนี้ต้องใช้แน่นอนค่ะ
  • Excuse me ขอโทษนะคะ ไม่ได้แปลว่าคุณทำผิด แต่ใช้เมื่อจะเข้าไปรบกวนใครสักคนเมื่อเราต้องการความช่วยเหลือ อย่าใช้ help นะคะ เดี๋ยวเขาจะตกใจ ส่วนถ้าฟังไม่ทัน บอก Pardon อันนี้แปลว่าขอโทษเหมือนกัน แต่ใช้ในกรณีที่อยากจะให้เขาพูดอีกครั้ง

ประโยคภาษาอังกฤษในการแนะนำตัว

ปี 2020 แล้ว จะให้พูดเป็นแค่ Hello my name is ก็จะดูตามคนอื่นเขาไม่ทันสักหน่อย การแนะนำตัวไม่ใช่แค่การบอกข้อมูลส่วนตัว แต่รวมไปถึงรสนิยมและความเป็นตัวคุณเองซึ่งจะคัดกรองเพื่อน และเรื่องที่คุยได้อย่างออกรส

[wptb id=17121]

Key Takeaways

  • Express your self คีย์หลักของการแนะนำตัวคือ อธิบายความเป็นตัวคนให้ดูน่าสนใจ ไม่ต้องโดดเด่นมากก็ได้ แต่ควรมีมากกว่าข้อมูลพื้นฐานทั่วไป เพราะนั่นเป็นสิ่งที่คนอื่นอยากรู้
  • I am ประโยคง่ายๆ อย่าง I am สามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น I am Thai (ฉันเป็นคนไทย) โดยไม่ต้องพูดว่า I come from Thailand
  • How about you เป็นคำถามต่อท้ายเพื่อถามผู้สนทนากลับให้แชร์เรื่องของตัวเอง เช่น My favorite music is Jazz, how about you.
  • Because การเติมเหตุผลของสิ่งที่พูดลงไปทำให้บทสนทนาน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยอีกคนไม่ต้องเสียเวลาถามต่อ และยังฝึกฝนให้เราพูดได้ยาวและนานขึ้นด้วย เช่น I have been learning English for 5 years because I want to improve my speaking skill.

เอาเป็นว่า 50 ประโยคที่เอามาแชร์นี้ ใช้ได้จริงไม่จ้อจี้ เอาตัวรอดในชีวิตประจำวันได้แน่นอน แต่อยากให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า ภาษาที่ดีขึ้นนั้นเกิดจากการใช้บ่อยๆ จนชิน จนสมองเราคิดทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ แบบไม่ต้องคิดไทยแล้วค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกที ใครที่กำลังตั้งเป้าหมายจะฝึกให้เก่งก็สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลย!