101 Facts! เมื่อฉันอยากเรียนต่อ London ในแคนาดา อยู่ใกล้อเมริกา! เมืองน่ารัก ต้นไม้เยอะ คนใจดี แต่เด็กไทยไม่ค่อยรู้จัก

ความเป็นมาต่างๆ

1. รู้หรือไม่ว่าโลกของเรามีลอนดอน 2 แห่ง ที่แรกอยู่ในอังกฤษอย่างที่หลายคนรู้จัก ส่วนอีกที่หนึ่งอยู่ในประเทศแคนาดานี่เอง

2. นี่ไม่ใช่ความบังเอิญหรือการเลียนแบบ แต่เป็นความตั้งใจตั้งแต่ช่วงก่อตั้งเมืองโดยลอร์ดซิมคอร์ ข้าหลวงแห่งเครือจักรภพที่เป็นผู้บุกเบิกรัฐออนตาริโอตั้งแต่ปี 1793

3. เราเคยพูดถึงรัฐออนตาริโอมาแล้วครั้งหนึ่งในตอนที่รีวิวเมืองออตตาวา (Ottawa) ออนตาริโอเป็นรัฐสำคัญของแคนาดา ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกของประเทศ

4. ที่ต้องเน้นเรื่องภูมิศาสตร์เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก เด็กไทยอีกหลายคนยังจินตนาการไม่ออกว่าประเทศแคนาดาใหญ่ขนาดไหน คำตอบคือใหญ่จนเป็นทวีปได้เลย ใหญ่กว่าจีนและอเมริกา

5. แต่บริเวณที่มีคนอาศัยอยู่นั้นไม่ได้ทั่วทั้งประเทศนะ เพราะพื้นที่จำนวนไม่น้อยในแคนาดาเป็นป่า และเป็นน้ำแข็ง

6. ทีนี้ การเข้าใจที่ตั้งของเมืองหรือรัฐในแคนาดาจะสัมพันธ์กับเรื่องอากาศ การเดินทาง วัฒนธรรม เช่น อากาศที่​ Vancouver จะอุ่นกว่า คนในรัฐคิวเบก (Quebec) พูดภาษาฝรั่งเศส หรือการนั่งเครื่องบินมายังเมืองทางตะวันตกก็จะใช้เส้นทางบินที่แตกต่างกัน

7. น้องๆ ที่ไม่เคยเดินทางไกลก็ควรจะศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะคนที่ไปเรียนต่อ และต้องอยู่คนเดียว การเลือกเมืองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเองจะทำให้เราสนุกกับการใช้ชีวิต และได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเสมอ

อภิบาย London

8. นอกจากออตตาวาที่เป็นเมืองหลวงของประเทศแคนาดาแล้ว รัฐออนตาริโอยังมีเมืองสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น โตรอนโต้ (Toronton) แฮมิลตัน (Hamilton) และมิสซิสเซาก้า (Mississauga) ที่น่าจะคุ้นหูอยู่บ้าง

9. ลอนดอน คือเมืองที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 6 ของออนตาริโอ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐ 

10. ขนาดของเมืองไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ขนาดเทียบเท่าฝั่งธนของกรุงเทพ 

11. ว่ากันตามประวัติศาสตร์ ลอนดอนเคยเป็นเมืองที่ถูกวางไว้ให้เป็นเมืองหลวงของรัฐยัง ตั้งแต่สมัยที่ใช้ชื่อว่า Upper Canada ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นออนตาริโอในภายหลัง

12. แต่ก็อาจจะดีแล้ว (มั้ง) ที่เมืองนี้ไม่ได้เป็นเมืองหลวง เพราะยังคงหลงเหลือความสวยงามของธรรมชาติไว้ให้ดูเยอะมาก

13. รวมถึงแม่น้ำเธมส์ด้วย ตั้งชื่อตามแม่น้ำสายหลักของลอนดอนแบบเป๊ะๆ

14. ปัจจุบันลอนดอนมีความสำคัญในฐานะเมืองแห่งการขนส่ง และการผลิต เป็นเพราะว่าสถานที่ตั้งนั้นคือจุดเชื่อมต่อสำคัญที่เชื่อมโยงหลายอย่างไว้ด้วยกัน

15. เมืองลอนดอนห่างจากอเมริกาประมาณ 2 ชั่วโมงโดยการขับรถ ถ้าใครมีวีซ่าอเมริกาก็เข้าประเทศได้ทันที ส่วนนี้จะติดกับเมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน

16. แต่ถ้าขับรถไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะก็มุ่งสู่เมืองสำคัญของรัฐออนตาริโอ นั่นก็คือโตรอนโต แฮมิลตัน และมิสซิสเซาก้า 

17. แต่ถ้าจะไปออตตาวาแนะนำให้นั่งเครื่องบินไป เพราะอยู่ค่อนข้างไกลจากตรงนี้

18. ใช่แล้ว ที่ลอนดอนนี่มีสนามบินด้วยนะ 

19. ไม่ใช่แค่นี้ เมืองลอนดอนยังมีพรมแดนติดกับรัฐโอไฮโอ เพนซิลเวเนีย และนิวยอร์ก แต่ตรงนี้ขับรถข้ามไม่ได้เพราะมีทะเลสาบอิรีกันไว้ เข้าได้น่าจะเป็นช่วงเมืองบัฟฟาโล ตรงน้ำตกไนแอการา

20. เศรษฐกิจที่สำคัญของลอนดอนเลยเป็นเรื่องการขนส่ง โรงงาน เกษตรกรรม รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางของการศึกษา 

21. สถานศึกษาเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดของความเจริญ ซึ่งลอนดอนสอบผ่านในเรื่องนี้เพราะมีตั้งแต่โรงเรียนอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่  

สถานศึกษา

สำหรับการ เรียนต่อแคนาดา

22. University of Western Ontario หรือบางคนเรียกว่า Western University ก็ตั้งอยู่ในเมืองลอนดอน มีนักศึกษาประมาณ 35,000 คน จากทั้งหมด 11 คณะ

23. Fanshawe College ก็เป็นอีกสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน มีหลักสูตรให้เรียนประมาณ 200 โปรแกรม นักศึกษาทั้งหมดประมาณ 43,000 คน เป็นสถาบันการศึกษาแบบ College ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดา

24. Fanshawe College มีนักศึกษาจากต่างชาติมากกว่า 95 ประเทศทั่วโลก เหมาะกับความเป็นแคนาดา และเมืองลอนดอนมากๆ เพราะพลเมืองที่นี่มีความหลากหลายสูง อพยพมาจากหลายที่ คนเขาก็เลยค่อนข้างมีความเข้าใจในเรื่องความหลากหลาย ไม่ค่อยมีคนชาตินิยม หรือรังเกียจชาวเอเชียเหมือนในประเทศอื่น

25. ข้อดีของ Fanshawe College คือมีหลักสูตรให้ได้เลือกเรียนหลากหลาย ไม่ใช่แค่ปริญญาตรีอย่างเดียว แต่มีตั้งแต่ Certificates (1 ปี) / Diplomas (2-3 ปี) / Bachelor Degrees (4 ปี) และ Graduate Certificates (1-2 ปี)

26. รายละเอียดเยอะมาก แต่เราเคยเขียนรีวิวเอาไว้แล้ว ลองเข้าไปดูได้เลยที่นี่ korpungun.com/partnership/fanshawe-college

กายภาพ

27. ถึงแม้เมืองลอนดอนจะเป็นศูนย์กลางของอะไรหลายๆ อย่าง แต่เมืองนี้ขึ้นชื่อว่าสงบเงียบมากถ้าเทียบกับเมืองใหญ่อื่นๆ เหมาะกับคนไม่ชอบความวุ่นวาย

28. บางคนกลัวว่า เงียบแล้วเมืองจะร้างมั้ย คำตอบคือ ไม่ร้างแต่ก็พลุกพล่านเท่าเมืองอื่น อย่างเช่น โตรอนโต้

29. ข้อดีของการอยู่ที่นี่ถ้าเทียบกับเมืองใหญ่คือค่าครองชีพถูกกว่า คนน้อยกว่า ไม่วุ่นวาย บรรยากาศดี สงบพอที่จะมีสมาธิอ่านหนังสือหรือหาที่นั่งทำการบ้าน

30. ส่วนถ้าอยากเที่ยวแบบหนักๆ แนะนำว่าวางแผนเข้าเมืองโตรอนโตวันศุกร์เย็น กลับอาทิตย์เย็นก็ได้ ทำแบบนี้บ่อยๆ เดี๋ยวก็เหนื่อยเอง

31. ลอนดอนเนี่ย ได้ชื่อว่าเป็น Forest City นะ คือเมืองในป่าของจริง เพราะเมื่อก่อนพื้นที่เขาก็เป็นป่าก่อนจะมีการสร้างเมืองขึ้น

32. แค่เมืองเดียวมีสวนสาธารณะ 200 แห่ง มีถนนเลียบแม่น้ำเธมส์ยาว 100 กว่ากิโลเมตร ลองคิดว่าเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีต้นไม้ 2 ข้างทาง และมีถนนให้เดินเล่นหรือปั่นจักรยานดูสิ น่าอิจฉามั้ยล่ะ

33. แลนด์สเคปจะคล้ายๆ กับเมืองในประเทศโลกที่ 1 หลายแห่ง คือเป็นบล็อก ถนนตัดกันไปเรื่อยๆ และเชื่อมถึงกันหมด ใครจินตนาการไม่ออกลองเปิดใน Google Map ดู

34. พูดถึงกายภาพของเมืองแล้วไม่มีเรื่องคนนี่ไม่ได้เลย เพราะลอนดอนถือเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้ชื่อว่า “ดินแดนแห่งโอกาส” พวกเขาเชื่อในความหลากหลายของเชื้อชาติ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้มีจำนวนประชากรเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

35. การพยายามทำความรู้จักผู้มาเยือนใหม่ๆ เป็นเรื่องธรรมดาของคนในเมืองนี้ อย่างที่บอกไปว่าพลเมืองเขาไม่เยอะ งานบริการบางแห่งสามารถจำชื่อของลูกค้าตัวเองได้เป็นอย่างดี รู้สึกดีแค่ไหนละถ้าเดินไปไหนแล้วมีคนที่เรารู้จักทักทาย

36. และถึงแม้ว่าเมืองจะค่อยๆ เติบโตไปตามกาลเวลา คนที่นี่ก็พยายามรักษาบรรยากาศของความเป็นเมืองเล็กๆ เอาไว้ เพราะคือเสน่ห์ที่ไม่ได้สร้างกันง่ายๆ

37. ปกตินักเรียนที่ยังไม่ได้มีความพร้อมด้านภาษามาก หรือมีปัญหาในเรื่องการปรับตัว แต่ละสถานศึกษาจะมีหน่วยงานดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว

38. แต่สำหรับคนที่คิดจะ “ย้าย” ไปอยู่อย่างจริงจังไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เชื่อไหมว่าเมืองลอนดอนมีหน่วยงานไม่ต่ำกว่า 8 องค์กรที่จะช่วยเรื่องการย้ายถิ่นฐาน ยังไม่รวมอีก 11 สมาคมของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

39. คิดว่าหาบรรยากาศนี้ได้จากไหนล่ะ? นี่แหละข้อดีของแคนาดาที่หลายคนอยากไปอยู่ พวกเขาเปิดใจกว้างในการรับคนนอกจริงๆ

การเงิน

40. สำหรับค่าครองชีพที่เมืองนี้ไม่ได้ต่ำสุดในแคนาดา แต่มั่นใจได้เลยว่าคุณจะจ่ายถูกกว่าถ้าเปรียบเทียบกับการอยู่ในโตรอนโต อาจจะไม่มาก แต่บางอย่างก็คุ้มกว่าในระยะยาว เช่นค่าเช่าบ้านซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้หลายคนเลือกลอนดอนเป็นเมืองที่อยากอยู่

41. ยิ่งถ้าเปรียบเทียบหลายเมืองในอเมริกาที่เด็กไทยชอบไปเรียน เช่น แอลเอ หรือซีแอตเทิล ค่าครองชีพในลอนดอนเรียกว่าถูกกว่ามาก คือจ่ายน้อยกว่าประมาณ 20% ในหลายๆ เรื่องเลยล่ะ

42. อาหารมื้อนึงถ้ากินนอกแคนทีนอยู่ที่ประมาณ 12 – 20 CAD / สตาร์บักส์แก้วละประมาณ 3 CAD ส่วนค่าเดินทางเดี๋ยวพูดทีเดียว

43. แล้วไปเรียนต่อที่ลอนดอนนี่ทำงานได้ไหม? คำตอบก็คือได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

44. การทำงานของนักเรียนต่างชาติจะแบ่งหลักๆ เป็น 2 ประเภทคืองานที่ได้ค่าจ้างในสถานศึกษาของตัวเอง กับงานนอกโรงเรียน

45. ปกติค่าจ้างในสถานศึกษาจะขึ้นอยู่กับประเภทของงาน และระยะเวลาในการทำงาน ซึ่งต้องหารายละเอียดหรืออัพเดทข้อมูลของแต่ละปีด้วยตัวเอง

46. แต่สำหรับงานนอกแคมปัส ถ้าจะทำอย่างถูกกฎหมาย จะต้องได้รับวีซ่านักเรียนอย่างถูกต้อง และต้องเริ่มเรียนไปแล้วก่อนเท่านั้นถึงจะเริ่มทำงานได้

47. การทำงานต้องมีการรับรองจากสถานที่ทำงาน ไม่ใช่เดินเข้าไปของานทำ แล้วทำเลย โดนจับได้ส่งกลับอย่างเดียวจ้า

48. ทีนี้ ตามกฎหมายของรัฐแล้ว นักเรียนสามารถทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยจะได้รับค่าจ้างชั่วโมละ 15.55 CAD (อัพเดทล่สุดเมื่อเดือนเมษายน 2022) หรือประมาณ 415 บาท

49. คิดเร็วๆ แบบคนงกก็คือได้ค่าจ้างอาทิตย์ละ 8,300 บาท คูณ 4 อาทิตย์/เดือนก็ประมาณ 33,000 บาท

50. เอาจริงถ้าได้งานที่เราโอเค และขยันทำงานให้เหมือนกับขยันเรียนด้วย เงินตรงนี้ก็เอาไปซัพพอร์ทตัวเองได้อยู่นะ ทั้งค่ากินค่าอยู่ หรือค่าซื้อของใช้อื่นๆ ในชีวิตประจำวัน

51. ย้ำว่า! ศึกษารายละเอียดพวกกฎหมายหรือใบอนุญาตต่างๆ ก่อนทำงาน ถ้าไปกับ KPG อยู่แล้วให้ทักมาถามเลย อันไหนไม่รู้เดี๋ยวช่วยหา เพราะการทำผิดกฎหมายของนักเรียนในต่างประเทศเป็นเรื่องซีเรียสมาก อย่าหาทำ

52. ส่วนใครที่อยากทำงานต่อที่นั่นเลยหลังจากเรียนจบ อันนี้ก็แอบซีเรียส เพราะแคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ชื่อว่ารับคนทำงานที่ตรงสาย คือต้องถามย้อนไปว่าอยากทำงานอะไร แล้วค่อยไปหาเรียนอันนั้น

53. แนะนำว่าปรึกษากับ KPG ได้เลยสำหรับเรื่องนี้ อย่าปล่อยให้เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ จะลำบากเอาตอนหลัง

ที่พักอาศัย

54. สำหรับเรื่องการเช่าห้องนอกแคมปัสขอไม่พูดถึงมากเพราะคิดว่าเด็กไทยที่ไปเรียนอาจสบายใจกับการอยู่ในแคมปัสก่อนมากกว่า แต่ค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์ในลอนดอนได้ชื่อว่าราคาดี

55. เพราะเป็นเมืองที่ถูกจัดอันดับว่าค่าเช่าถูกเป็นลำดับ 2 ในรัฐออนตาริโอ แม้ว่าจะเป็นเมืองใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งราคาก็เพิ่มสูงขึ้นทุกปีเพราะมีความต้องการมาก

56. เฉลี่ยราคาห้องสำหรับอยู่คนเดียวเริ่มต้นที่เดือนละ 1,000 – 1,250 CAD 

การเดินทาง

57. การเดินทางในเมืองนี้ดีตามมาตรฐานของขนส่งมวลชนประเทศแคนาดา

58. ปัจจุบันที่ลอนดอนมี London Transit ที่ให้บริการขนส่งสาธารณะประจำเมืองนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นรถบัสที่วิ่งรอบเมือง มีทั้งหมด 33 เส้นทาง รวม 1,917 ป้ายรถบัสสำหรับการขึ้น และลง 

59. ค่าเดือนทางอยู่ที่ 2.25 CAD ต่อเที่ยว แต่ส่วนใหญ่เขาซื้อตั๋วรายเดือนกัน ซึ่งมีรายละเอียดยิบย่อย และสิทธิประโยชน์แยกออกไปตามแต่ละประเภทบุคคล

60. สำหรับนักเรียนต่างชาติ ที่นี่เขามีตั๋วสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เราจะซื้อเองก็ได้ หรือจะซื้อผ่านสถานศึกษาของตัวเองก็ทำได้เช่นกัน

61. ตั๋วนักศึกษาอยู่ที่ประมาณ 82 CAD หรือประมาณ 2,200 บาท ขึ้นลงแบบบุฟเฟ่ต์ 

62. สำหรับการเดินทางไปนอกเมือง เช่น สนามบิน หรือเมืองอื่นๆ ปกติเขาก็จะนั่งรถไฟของ Canadian Pacific Railway กัน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงสนามบิน และประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อไปโตรอนโต

63. ส่วนวิธีการเดินทางแบบอื่นๆ ก็มีการปั่นจักรยาน อย่างที่เคยบอกไปว่าที่เมืองนี้มีเส้นทางเลียบแม่น้ำยาวกว่า 100 กิโลเมตร ถ้ารวมเส้นทางจักรยานเส้นอื่นๆ ด้วยก็จะมีความยาวประมาณ 300 กิโลเมตรเลยนะ!

64. แม้ว่าวัฒนธรรมการขี่จักรยานในลอนดอนจะไม่ป๊อปปูลาร์เท่าโตรอนโต แต่ก็ควรจะลองหรือหาโอกาสขี่ไปนั่นมานี่สักครั้ง โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่หน้าใบไม้ผลิเป็นต้นไป ห้ามปั่นหน้าหนาว

สภาพอากาศ

65. เพราะอะไรรู้ป่าว เพราะว่าหน้าหนาวหิมะจะตกกองกันจนสูงถึง 2 เมตร! แต่ไม่ต้องตกใจ เป็นเรื่องธรรมดามากๆ ของคนแคนาดา กรุณา Keep Cool เอาไว้ถ้าเห็นหิมะเยอะๆ

66. ฤดูกาลที่เมืองนี้เหมือนเมืองอื่นๆ ในแคนาดาเลย คือมี 4 ฤดู หนาวสุดอยู่ที่ประมาณ -6 องศา หิมะจะเยอะๆ หน่อย ส่วนหน้าร้อนอยู่ที่ประมาณ 20 องศา

67. ใช่จ้า 20 องศาสำหรับเขาคือร้อนแล้ว นั่นหมายถึงยังคงหนาวอยู่สำหรับบางคนที่เคยอยู่แต่ในเมืองร้อน

68. ข้อแนะนำสำหรับการจัดกระเป๋าก่อนไปคือ ไม่ต้องเอาอะไรไปมาก ไม่มีอะไรการันตีว่าเสื้อหนาวที่เมืองไทยจะกันความหนาวของที่นั่นได้ ไปซื้อที่นู่นราคาไม่ต่างกันมากนักหรอก แถมได้ของที่กันหนาวได้จริง

69. เก็บน้ำหนักกระเป๋าเอาไว้ขนอย่างอื่นไปจะดีกว่า

เทศกาล

70. แต่ถึงแม้หิมะจะตกจนท่วมหัว ชาวลอนดอนก็หาทำแห่กันออกมาเล่นข้างนอก ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นกีฬาในฤดูหนาวจำพวกสกีต่างๆ 

71. แม่น้ำเทมส์ก็แข็งกลายเป็นลานสกีขนาดยาว อันนี้เก๋จริงเพราะคงหาแบบนี้ที่เมืองไทยไม่ได้ 

72. เทศกาลงานคริสมาสต์เขาก็พอมีจัดกันแบบกรุบกริบ แต่ถ้าอยากได้แสงสีแบบเต็มๆ ผายมือไปที่โตรอนโตเลย นั่งรถไฟไปเลย ที่นั่นคือจัดเทศกาลแบบฉ่ำๆ

73. ใครที่เคยมีประสบการณ์ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศมาบ้างคงพอคุ้นเคยกับวัฏจักรการใช้ชีวิตตลอดทั้งปีของเขา พอหิมะละลาย แดดเริ่มมา ก็จะมีงานเทศกาลต่างๆ ที่ชอบจัดแบบเอ๊าท์ดอร์ ให้คนออกจากบ้านมาทำกิจกรรมร่วมกัน

74. ที่เด่นๆ เลยจะเป็นพวกเทศกาลดนตรี แต่ละปีจะมีเยอะมากไม่ต่ำกว่า 10 งาน ส่วนใหญ่จะจัดในสวนสาธารณะในช่วงฤดูร้อน ประมาณเดือนกรกฎาคม ไลน์อัพและกำหนดการของแต่ละปีต้องเช็คกับเว็บของเมืองเขาอีกครั้ง

75. อีกงานที่ได้รับความนิยมมากคือเทศกาลคราฟท์เบียร์ พอพูดถึงเบียร์นี่พ่อแม่เด็กไทยจะต้องตกใจก่อนละ กลัวลูกจะไปเมาจนเสียคน

76. แต่! เบียร์มันเป็นวัฒนธรรมการกินดื่มของเขา ยังไม่เคยเห็นประเทศที่เป็นผู้ผลิตเบียร์ชั้นนำระดับโลกจะย่อยยับเพราะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลเลยนะ ลองคิดดูดีๆ

77. คนที่ตั้งตารอคอยเทศกาลคราฟท์เบียร์คือเขาอยากลองเครื่องดื่มรสชาติใหม่ๆ และอยากรู้ว่ามีใครเอาวัตถุดิบในท้องถิ่นชนิดไหนมาเป็นส่วนผสมในเบียร์บ้าง

78. เทศกาลพวกนี้มันคือช่วงเวลาที่คนจำนวนมากได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ซึ่งกันและกัน เอาไว้ใช้ต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมและการพัฒนา ไม่ใช่คิดแต่ว่างานกินเบียร์ต้องมีคนเมาและตีกันแน่ๆ เลย ฮัลโหลลลลล

79. อีกหนึ่งกิจกรรมที่เมืองนี้โปรโมทและให้ความสำคัญมากๆ คือละครเวที คนที่รักละครเวทีจะต้องรักเมืองนี้มากแน่ๆ

สถานที่ท่องเที่ยว

80. ลอนดอนมีโรงละครขนาดใหญ่ได้มาตรฐานด้วยกัน 8 โรง นี่ยังไม่นับการแสดงอื่นๆ ที่อยู่ตามคาเฟ่ หรือโรงละครที่ไม่ได้มีอุปกรณ์ครบครัน เอาเข้าจริงก็หาไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะสำหรับเมืองที่มีโรงละครเยอะขนาดนี้อะ

81. ส่วนใครที่ชอบงานศิลปะ กีฬา หรืองานเทศกาล แนะนำให้เขาไปเช็คในเว็บไซต์ของเมืองได้เลย กับลองเสิร์จหาด้วยตัวเองในเฟซบุ๊กก็ได้ เพราะเชื่อว่านอกจากกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีกิจกรรมย่อยเล็กๆ อีกมากมายที่จะกระจายอยู่ทั่วเมือง

82. ส่วนกิจกรรมที่ทำได้ตลอดและแนะนำให้ทำคือ เดินเล่นในเมือง ทั้งแวะชมพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร หรือสวนสาธารณะก็น่าทำไปหมด

83. แต่อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าลอนดอนไม่ใช่เมืองที่หวือหวา อย่าคาดหวังการมีสวนสนุกแบบดิสนีย์แลนด์ หรือห้างสรรพสินค้าแฟนซีๆ แบบสยามพารากอน เพราะถ้ามาอยู่สักพักก็จะเริ่มชินและเข้าใจว่าคนที่เมืองนี้เขารักในความสงบๆ แบบนี้แหละ

84. London Museum สะสมงานศิลปะไว้ 5,000 ชิ้น และของจัดแสดงอีก 45,000 ชิ้น 

85. ในวันที่อากาศดีๆ หาเวลาออกไปตากแดดที่สวนสาธารณะ นั่งๆ นอนๆ ดูวิถีชีวิตของคนแถวนั้น อันนี้แนะนำเลยว่าดีต่อใจมาก

86. ส่วนใครที่ไปอยู่สักพักแล้วอยากเดินทางไปเที่ยวทะเลบ้าง ทางใต้ของลอนดอนจะมีหาด Port Stanley เอาไว้ทำกิจกรรมในหน้าร้อน ทั้งเล่นกีฬา นอนอาบแดด ถ่ายรูปซักแชะสองแชะ วิวดีทั้งทะเลแล้วก็คนจ้า

อาหารการกิน

87. สำหรับเรื่องอาหาร พูดแบบไม่โกหกกันเลยคือคนไทยอาจจะต้องปรับตัวนิดนึง เพราะอาหารบ้านเรารสจัดและมีให้เลือกเยอะกว่ามาก

88. แต่ โดยรวมของอาหารที่นี่ดีกว่าบางเมืองในอเมริกามากๆๆๆ อย่างที่บอกไปว่าพอมีความหลากหลายสูง สิ่งที่ตามมาคือมีอาหารที่หลากหลายนั่นแหละ

89. เพราะอเมริกาบางเมืองคือมีแต่อาหาเม็กซิกัน แฮมเบอร์เกอร์ อาหาจีนแพนด้าฟู้ดรสหวานเจี๊ยบ อันนั้นไม่ไหวจริงๆ

90. ส่วนใหญ่อาหารที่นี่ก็เป็นแนวตะวันตกทั่วไป พวกพิซซ่า สลัด เนื้อต่างๆ มีร้านอาหารเวียดนามชื่อดังที่พอจะเชื่อมโยงกับรสชาติแนวเอเชียได้บ้าง

91. ร้านอาหารไทยก็พอมี มากินให้หายอยากก็พอ แนะนำให้ทำอาหารกินเองซะเป็นส่วนมากเพื่อเซฟเงิน ใครทำอาหารไม่เป็นควรฝึกฝนตัวเองเป็นอย่างมาก

92. สถานบันเทิงตอนกลางคืนก็พอมีกรุบกริบ จริงๆ เป็นเพราะมีนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแหละ เลยพอจะมีลูกค้าไปเที่ยวผับและบาร์ได้บ้าง

93. แต่ถ้าอยากปาร์ตี้หนัก เช่นเคย วางแผนนั่งรถไฟไปที่โตรอนโตเลย อันนั้นจะตอบโจทย์ได้มาก ย้ำว่าคนลอนดอนเค้าค่อนข้างรักความสงบ

ก่อนไป London

94. อีกเรื่องที่ต้องเน้นย้ำเสมอไม่ว่าจะมาเมืองไหนคือประกันสุขภาพ ที่นี่พอป่วยแล้วไม่ได้หาหมอได้เลย ยาบางตัวก็ซื้อกินเองไม่ได้ ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ก่อน

95. ที่แคนาดาจะมีระบบ Family Doctor หมายถึงหมอใกล้ๆ บ้านที่จะคอยเช็คอาการก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ถึงจะส่งไปโรงพยาบาล

96. แต่ข้อดีที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นคือ ลอนดอนมีโรงพยาบาลดีๆ หลายแห่ง และถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งซึ่งมีการจ้างงานสูงด้วย ก็อุ่นใจได้ระดับนึงละ

97. ขอกลับมาเรื่อง Family Doctor อีกหน่อย คนที่จะไปอยู่ที่แคนาดาระยะยาวต้องทำการลงทะเบียนในพื้นที่อาศัยตัวเอง จากนั้นระบบก็จะแจ้งมาว่าได้ Family Doctor แถวไหน

98. เรื่องการลงทะเบียนนี้ถ้ารู้เร็วก็ลงได้เร็ว เผื่อบางทีคนไปเยอะต้องรอใน Waiting List จะไปหวังว่าถึงแล้วค่อยลงก็เสี่ยงเกินไปอะ

99. เรื่องนี้ KPG ก็จะให้คำปรึกษาก่อนอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิต 

100. ท้ายที่สุดเป็นเรื่องของความมุ่งมั่นและความอดทน นักเรียนไทยทุกคนจะถูกรับน้องตั้งแต่การเดินทาง เพราะจากกรุงเทพไปถึงลอนดอนนั้นใช้ระยะเวลานั่งเครื่องนอนมาก เปลี่ยนเครื่องหลายครั้งมาก รวมถึงเรื่องการปรับตัวหลายๆ อย่าง

101. แต่เชื่อเถอะว่าเมืองนี้จะต้อนรับและโอบกอดทุกคนอย่างอบอุ่น ประสบการณ์ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งที่อาจหาไม่ได้อีกแล้ว ถ้ามีโอกาสมาแล้วลองเปิดใจเรียนรู้ทุกอย่างที่มีให้ทำ ลอนดอนไม่โหดร้ายกับเราหรอกนะ อนุญาตให้นั่งเหงาคิดถึงบ้านได้แป๊บนึง แต่เดี๋ยวความโฮมมี่ของเมืองนี้ก็จะช่วยให้เราดีขึ้นเอง สู้ๆ!