[รีวิว] เมื่อคุณเบียร์เลือกไป เรียนภาษาที่ Vancouver ในวัย 33 ปี เพราะกัญชา! (โอ้มายก๊อด)

ประสบการณ์ เรียนภาษาที่ Vancouver
กับ EC Vancouver

โดย คุณเบียร์
ระยะเวลา 12 สัปดาห์

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหา 2 ส่วน ในส่วนแรกนี้เป็นคำแนะนำ ก่อนการเข้าอ่านเนื้อหาในส่วนที่สอง และคำอธิบายเกี่ยวกับหลักการและเหตุผลของก้อปันกันในการตัดสินใจลงบทความรีวิวฉบับนี้ 

บทความนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุมากกว่า 19 ปี ขึ้นไป และผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน เนื่องจากบทความประกอบด้วยเรื่องราวและประสบการณ์ของผู้รีวิวเกี่ยวกัญชาในประเทศแคนาดา

การเลือกที่จะนำเสนอเกี่ยวกับกัญชาของก้อปันกัน ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ทุกคนเสพกัญชา แต่เพื่อเป็นการเล่าต่อประสบการณ์ของผู้ที่ใช้บริการไปเรียนภาษาที่แคนาดากับก้อปันกัน เพื่อข้อมูลให้กับกลุ่มคนที่สนใจ และสามารถเลือกใช้กัญชาได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายของประเทศแคนาดา

ประเทศแคนาดามีนโยบายเสรีกัญชา แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่อาศัยในแคนาดาจะสามารถใช้และเข้าถึงกัญชาได้ มีกฏหมายกำกับการใช้และการเข้าถึง เราสนับสนุนการเคารพต่อกฏหมาย และการสร้างความสัมพันธ์แห่งความไว้วางใจ ให้บุคคลสามารถที่รับผิดชอบและเรียนรู้ด้วยตนเองได้ โดยมีครอบครัวเป็นผู้สนับสนุน รับฟังและเสริมสร้างอำนาจ (empower) ให้กับนักเรียน

ก้อปันกันเชื่อในการเรียนรู้จากความแตกต่าง เพื่อมุมมองที่เปิดกว้าง เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งกัญชาเป็นประเด็นร่วมสมัย ที่มีงานวิจัยรองรับมากมายที่ชี้ให้เห็นได้ว่าความรู้สึกนึกคิดที่เรามีต่อกัญชานั้นอาจถูกหล่อหลอมมาจากอคติมากกว่าข้อเท็จจริง เราจึงสนับสนุนให้มีการพูดคุย แลกเปลี่ยน และทำความเข้าใจซึ่งกันและกันมากกว่าการเพิกเฉยต่อประเด็นเกี่ยวกับกัญชา

• แนะนำตัวหน่อย

ชื่อน้องเบียร์ครับอายุ 33 ปี เป็นฟรีแลนซ์ครับ

• ทำไมเลือกไปเรียนที่แคนาดา?

จริงๆ ก็อยากจะหาที่ฝึกภาษาอังกฤษครับ ก่อนหน้านั้นก็คุยกับก้อปันกันว่าสนใจฟิลิปปินส์ ตอนหลังก็ได้ทราบข้อมูลใหม่ว่ามีที่แคนาดาด้วย ก็เลยสนใจเปลี่ยนไปแคนาดา มีเหตุผลรองคือ เรื่องสำเนียงภาษา ที่คิดเอาเองว่าถ้าเรียนที่แคนาดาน่าจะได้สำเนียงที่ดีกว่า และเหตุผลหลัก คือ เรื่องเสรีกัญชาที่แคนาดา (ฮ่าๆ)

• ทำไมถึงเลือกเมือง Vancouver (แวนคูเวอร์)?

เพราะว่างาน 420 ที่แวนคูเวอร์ น่าสนใจครับ งาน 420 หมายถึงงานที่จัดเป็นมหกรรมกัญชาครับ แต่ถ้าเป็นเหตุผลน่ารักๆ ก็คือว่า..แวนคูเวอร์เป็นเมืองที่สวยงามนะครับ แล้วก็ไปปรากฎในภาพยนต์หลายเรื่อง เป็นเมืองที่สะอาดสะอ้าน ผู้คนดูเป็นมิตร มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทางวัฒนธรรม แล้วก็มีความปลอดภัยสูง เดินทางสะดวก ก็เลยสนใจแวนคูเวอร์ครับ

• พูดถึงหลักสูตรที่ไป เรียนภาษาที่ Vancouver 

ผมไปเรียน 5 วันต่อสัปดาห์ เรียนทั้งเช้าทั้งบ่ายเลย ไปอยู่มา 3 เดือนครับ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายน รวมระยะเวลา 12 สัปดาห์

• ช่วงที่ไปอากาศเป็นยังไงบ้าง?

อากาศหนาวมากครับ  กันต์พงศ์ (ผู้ก่อตั้งก้อปันกัน) บอกว่าอากาศอบอุ่น อากาศดี ผมเดินออกจากสนามบินแวนคูเวอร์ไปก็ -7 -8 หิมะเยอะชิบ—เลยครับ (หัวเราะ) อากาศเย็นครับ อากาศดี ช่วงที่ไปมีหิมะเยอะอยู่ แต่ว่าช่วงกลับก็โอเคขึ้น อากาศดี ไม่หนาวครับ

ข้อมูลอุณหภูมิที่แวนคูเวอร์จาก holiday-weather.com

• ประสบการณ์การพักกับโฮสต์แฟมิลี่เป็นอย่างไรบ้าง?

โฮสต์ของผมเป็นผู้อพยพจากทวีปอเมริกาใต้ ประเทศเอลซัลวาดอร์ เค้าเป็นผู้อพยพมาอยู่แคนาดา 25 ปีแล้ว  ครอบครัวนี้จะมีกันทั้งหมด 4 คน มีคุณพ่อ คุณแม่ และลูกสาว 2 คน โฮสต์ผู้ชายเค้าเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ รับต่อเติม รีโนเวทโรงแรม ออฟฟิศอะไรแบบนี้ โฮสต์ผู้หญิงเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เป็นแนนนี่ พี่เลี้ยงเด็กน้อย ตอนกลางวันก็จะมีเด็กน้อยมา 5-6 คน ลูกสาวคนเล็กน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับผมนี่แหละประมาณ 20 ปลายๆ ทำงานคล้ายๆ เป็น DJ ในผับครับ ส่วนลูกสาวคนโตแต่งงานแล้ว จะมาบ้างช่วงสุดสัปดาห์ ครอบครัวน่ารักมากครับ ดูแลดี เทคแคร์ดี มีความเป็นมิตรสูง อาหารอร่อย ดีมากเลยครับ ไม่มีข้อตำหนิ เค้าก็ถามปกติผมทานอะไร ผมก็บอกเค้าปกติผมก็ทานข้าว ทานกับ กับข้าว เค้าก็ถามว่า กับข้าวเนี่ยมีอะไรบ้าง ให้ผมลองเปิดในอินเตอร์เนตให้ดู เปิดรูปให้ดู หาส่วนผสมให้เค้าดู คือ เค้าอาจจะทานข้าวอยู่แล้วด้วยนะ แต่ว่าก็พยายามทำอะไรที่ผมกิน เช่น หุงข้าวให้กิน ทำซุปจืด หมุนเวียนกันไป เพราะว่าจะมีนักเรียนอีกคนนึงที่อยู่ด้วยกัน คนแรกที่เจอชื่อคุณเอลซ่า มาจากสวิส อีกคนนึงมาจากบราซิลชื่อโจฮาว พอมีนักเรียนสองคนเนี่ยเค้าก็เลยสลับกันทำ บางทีก็ทำพิซซ่า บางทีก็ทำอาหารที่เค้ากิน ไม่ได้หุงข้าวอย่างเดียว หมุนเวียนกันไปครับ โอเค อาหารดีมากครับผม

• เรียนภาษาที่ Vancouver ทำไมถึงเลือกไปพักกับโฮสต์แฟมิลี่?

ตอนแรกผมก็ปรึกษาคุณกันต์ ว่าจะไปอยู่อพาร์ทเม้นท์ หรือไปอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่ดี สุดท้ายได้ข้อสรุปคือ ถ้าเราไปอยู่กับโฮสต์ สิ่งแวดล้อมอาจจะบังคับให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น เพราะว่าผมเขินถ้าจะต้องพูดภาษาอังกฤษ แต่ว่าถ้าไปอยู่กับโฮสต์มีคนที่พูดภาษาอังกฤษด้วย จริงๆในครอบครัวเค้า เค้าพูดกันเอง เค้าพูดสเปนนะ แต่เวลาพูดกับลูกสาวคนเล็ก พูดกับผม หรือนักเรียนคนอื่นๆ เนี่ย ก็จะใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าไปอยู่กับโฮสต์ก็จำเป็นจะต้องพูดครับ เรื่องอาหาร เรื่องโน่นนี่ เรื่องเจอกันบนโต๊ะอาหาร เพราะทุกเย็นส่วนใหญ่จะทานอาหารพร้อมกัน เจอกันก็จะต้องพยายามหาเรื่องมาคุย เค้าก็จะถามนั่น ถามนี่ ก็ทำให้เรามีโอกาสได้ฝึก ได้พูดมากขึ้น

• มีช่วงเวลาที่ลำบากใจในการอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่ไหม?

ไม่มีที่ลำบากใจ เพราะว่าโฮสต์ค่อนข้างตามใจผมมากนะ เช่น ไปวันแรกโฮสต์ก็จะถามว่ามีอะไรที่เราอยู่แล้วอึดอัดไหม ผมก็เลยบอกว่าผมเป็นคนสูบบุหรี่นะ โฮสต์ก็พยายามอธิบายว่า บ้านเค้าเป็นที่เลี้ยงเด็ก แล้วการเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่นั่นมันก็จะต้องมีใบอนุญาต เค้าก็ดูอึดอัด แต่สุดท้ายเค้าก็หาที่ให้ผมสูบบุหรี่ที่เป็นระเบียงบ้าน แล้วก็มีที่เขี่ยบุหรี่มาเตรียมไว้ให้ บางทีก็เอาบุหรี่มาฝาก (หมายถึงเอามาให้ผมนะ) มีคนซื้อบุหรี่จากคิวบามาฝากเค้า เค้าไม่สูบก็ต้องมารบกวนผมครับ (หัวเราะ) ดูแล้วตามใจผมมาก คือพยายามเทคแคร์ให้เราไม่ลำบากใจ ไม่ให้เรารู้สึกอึดอัดที่จะอยู่ร่วมกันกับเค้าครับ เค้าอาจจะรู้ว่าผมจะไม่ปรับตัวเข้าหาใครทั้งนั้น (หัวเราะ) เค้าเลยพยายามปรับตัวเข้าหาผม

แต่ผมเคยขออนุญาตเค้าปลูกกัญชาอยู่นะ แต่รู้สึกว่าเค้าลำบากใจเกินไป เค้าเลยไม่อนุญาตครับ

กัญชาที่โน่นจะมีต้นโคลน ต้นเล็กๆ ขาย ต้นละ 15 เหรียญ ซึ่งอนุญาตให้ปลูกในที่ส่วนตัวได้ แต่เนื่องจากว่าเค้าเป็นผู้อพยพ เค้าไม่ชัดเจนในเรื่องกฎหมายกัญชา เค้าเป็นพี่เลี้ยงเด็กด้วย เค้าก็อธิบายความอึดอัดว่าเค้าไม่ค่อยมั่นใจที่จะทำแบบนั้น ซึ่งผมก็โอเค ผมก็ชวนเล่นๆ ตอนนั้นสนิทกันแล้วคุยกันขำๆ ซึ่งผมก็ทีเล่นทีจริงอยู่แล้ว ขี้อำ ซึ่งเค้าก็เข้าใจครับ

• ข้อดี-ข้อเสีย ของการไปพักอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่คืออะไร? 

สำหรับประสบการณ์ส่วนตัว ผมว่าการไปพักอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่เนี่ยดีมากๆ เลย เพราะผมเจอโฮสต์ที่ดี แต่ว่าจากประสบการณ์ของเพื่อนคนอื่นๆ เนี่ย เพื่อนเกาหลี เพื่อนประเทศอื่นที่เคยเจอเนี่ย ก็มีเหมือนกันที่ไปเจอโฮสต์ที่ไม่ดี อย่างเช่น ไปเจอโฮสต์ที่มีลูกเป็นเด็กน้อย ลูกก็จะกวนใจ เสียงดัง เปิดเข้ามาในห้อง เป็นเรื่องมารยาทเด็กน้อยก็มี หรือว่าไปเจอโฮสต์ที่เห็นแก่ตัว อาหารมื้อเย็นก็เอามื้อเที่ยงมาอุ่น อาหารมื้อเที่ยงก็เอามื้อค่ำมาอุ่น ทำอาหารไม่ดี พยายามประหยัดค่าใช้จ่ายของตัวเอง เป็นต้น มันก็เป็นเรื่องที่จะต้องเสี่ยงเหมือนกันที่จะเจอโฮสต์น่ารัก หรือไม่น่ารักครับ

แต่ว่าในส่วนของ EC โรงเรียนที่ผมไปเรียน เค้าจะประสาน ติดต่อกับโฮสต์อยู่เป็นประจำ ก็มีการสอบถามฟีตแบ็คเกี่ยวกับโฮสต์ไปยังนักศึกษาเหมือนกัน ว่าคนที่เคยไปพักมาสำหรับโฮสต์คนนั้น คนนี้เนี่ย เป็นยังไงบ้าง อึดอัดไหม คนที่เปลี่ยน เปลี่ยนด้วยเหตุผลอะไร เค้าก็พยายามรวบรวมข้อมูล โฮสต์ที่ได้รับคะแนนน้อย ได้รับคำบ่นไป หลังจากนั้นก็อาจจะถูกตัดสิทธิ์ในการรับนักศึกษาของ EC เป็นต้นครับ ส่วนใหญ่ถือว่าดีครับ แต่ก็จะมีบ้างที่จะไปเจอกรณีที่ผมว่าไปครับ

ในส่วนของงานบ้านผมไม่ต้องช่วยเลย ไม่รู้ว่าเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกบ้านรึเปล่า แต่ว่าบ้านที่ผมไป ผมดูแลเฉพาะห้องตัวเอง ปัดกวาด เช็ดถู ดูดฝุ่น ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนผมต้องดูแลตัวเอง แต่นอกเหนือจากนั้นเนี่ยโฮสต์ช่วยดูแลหมดเลย เรื่องล้างจานเค้าจะมีเครื่องล้างจาน เครื่องล้างแก้ว ฉะนั้นกินเสร็จก็แค่กวาดเศษอาหาร ไปหย่อนไว้ในเครื่องล้างจาน พอเค้ากลับมาตอนค่ำ เค้าก็จัดการเอง ไม่มีภาระเรื่องงานบ้านเลยครับ

• เตรียม Pocket Money เท่าไหร่สำหรับ 12 สัปดาห์?

ผมจำไม่ได้ตอนที่ผมไป เตรียมไปเท่าไหร่ แต่ว่าที่ผมเตรียมไปเนี่ย ผมเตรียมไปเผื่อวัตถุดิบที่ผมจะไปเสพที่โน่นด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกผมก็คุยกับคุณกันต์พงศ์ว่าผมควรเตรียมไปเท่าไหร่ดี คุณกันต์พงศ์ก็คุยกับเพื่อนอีกคนนึงที่อยู่แวนคูเวอร์เหมือนกันชื่อคุณอ๊อฟ ก็เสนอมาว่าเดือนนึงประมาณเท่าไหร่ ถ้าไม่มีค่าเช่า มีเฉพาะค่าอาหาร ค่ากิน ค่ารถ แต่ว่าผมจำตัวเลขตายตัวไม่ได้แล้วว่าประมาณเท่าไหร่ แต่สำหรับเดือนนึงถ้าให้ผมประมาณนะ สักประมาณ 1,000 CAD (24,000 บาท) ก็อยู่สบายๆ แต่ถ้าสมมติว่าเป็นสายเสพก็อาจจะต้องมีเพิ่มเติม หรือว่าจะเป็นสายชอบท่องเที่ยว เช่น ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะไปเล่นหิมะ จะไปเล่นสกี ไปเที่ยวน้ำตก ก็อาจจะต้องมีเงินพิเศษนิดนึงครับ

• การเดินทางในเมือง Vancouver เป็นยังไง?

ถ้าเทียบกับเมืองไทย ที่นี่ดีมากครับ แต่ถ้าเป็นตัวแวนคูเวอร์อย่างเดียว ก็มีความเฮงซวยอยู่บ้าง เช่น แท็กซี่มีราคาแพง ขนส่งสาธารณะเนี่ย โฮสต์แฟมิลี่ผมอยู่ที่ เบอร์นาบี (Burnaby) คือ ออกมาทางตะวันออกนิดนึง เวลาผมเดินทาง ต้องเดินก่อน 300-400 เมตร แล้วขึ้นรถบัสเสร็จ ขึ้นรถไฟฟ้า ต้องไปเปลี่ยนขบวนครั้งนึง คือต้องใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง คนก็จะเยอะบางครั้งก็ต้องรอคิว ก็เหมือนเมืองไทยที่ขบวนนี้ไม่ได้ ก็ต้องขบวนหน้า คือ มันไม่ค่อยเพียงพอในช่วงเวลาเร่งด่วนน่ะครับ แต่ภาพรวมโอเคมากครับ

• ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นยังไงบ้าง?

ร้านอาหารไทยดีๆ ผมไม่เคยไปกินนะครับ เคยกินตาม Food Court เคยกินเวลาไปเที่ยวแล้วมันจะมีซุ้มพวก Thai Express แล้วก็อีกสองสามยี่ห้อ ที่ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว ถ้าถามผม ผมว่าทั้งหมดไม่อร่อย อาจจะเป็นเพราะผมกินยากด้วยมั้ง และผมคิดว่ารสชาติมันถูกปรับให้เข้ากับคนเอเชียชาติอื่นๆ คนยุโรป คนอเมริกาเหนือ ที่มันไม่ใช่รสชาติแบบไทย ดังนั้นถ้าไปก็กินอย่างอื่นดีกว่า อย่าไปกินอาหารไทย ผมฝากชีวิตไว้กับอาหารเวียดนาม เวลาทานอาหารข้างนอกส่วนใหญ่จะเป็นมื้อเที่ยง ยกเว้นคืนไหนไปเที่ยวดึกก็จะส่งข้อความไปบอกโฮสต์ว่า ไม่ต้องรอนะ เดี๋ยวหาทานข้างนอกกับเพื่อนครับ

• เรียนภาษาที่ Vancouver … วันหยุด เที่ยวที่ไหนบ้าง ?

จริงๆ ผมไม่ค่อยเที่ยว เพราะว่ามี 2 เหตุผล หนึ่งคือส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการสำรวจร้านกัญชาเวลาว่าง  (หัวเราะ) สองก็คือ อากาศมันหนาว ผมไม่ชอบอากาศหนาวเลย คือหมายถึงว่า ถ้าหนาวมากๆ ผมรู้สึกว่าไม่มีความสุข ฉะนั้นถ้าผมไม่อยู่ในโรงเรียนเนี่ย ผมจะอยู่ในห้องตัวเองครับ เพราะว่าในห้องมันมี Heater (เครื่องทำความร้อน) คุณโฮสต์เค้าเอามาเพิ่มให้ผม เพราะปกติมันจะมีระบบท่อในบ้านอยู่แล้ว แต่ว่าผมหนาว โฮสต์เค้าก็เลยมีมาให้ผมเพิ่มอีกตัวนึงแยกพิเศษสำหรับทำห้องอุ่นเลย เวลาเปิดประตูเข้ามาห้องผมก็จะอุ่นสุดในบ้าน ก็เป็นสองเหตุผลที่ผมไม่ได้ไปเที่ยว

แต่ว่าช่วงหลังๆผมก็ออกไปเที่ยวบ้าง เพราะว่าโฮสต์ผมดีมาก อย่างที่ผมบอก โฮสต์เค้าจะเห็นว่าผมชอบหมกตัวในห้อง แล้วเค้าก็คงจะกลัวว่าผมเป็นซึมเศร้า คิดถึงบ้าน อาจจะฆ่าตัวตาย (หัวเราะ) เค้าก็เลยพยายามเอาโปรแกรมเที่ยวมาเสนอ แล้วก็ขับรถพาผมไปเที่ยวพวกสวนสาธารณะ ที่อยู่ใกล้ๆ ขับรถชั่วโมง สองชั่วโมง ขับรถไปต่างเมือง หรือว่าถ้าเค้าไปเดินห้างเค้าก็จะชวนผมไปเดินห้างด้วย ไปเดินดูนั่นดูนี่ เพราะเห็นว่าผมเก็บตัว กลัวว่าผมจะซึมเศร้าน่ะครับ ก็โอเค

ส่วนที่ผมไปเที่ยวกับเพื่อนก็จะมี  Capilano แต่ว่าวันที่ผมไป ก็ฝนตก คือแวนคูเวอร์ฝนจะตกบ่อย ช่วงที่ไม่มีหิมะเนี่ย บางวันก็จะมีทั้งแดดทั้งฝน บางวันก็มีทั้งหิมะทั้งแดดทั้งฝน ก็มีไปเดินตามชายหาด ไปเดินตามสวนสาธารณะทั่วไป ซึ่งก็อยู่แถวในเมืองนั่นแหละครับ แล้วก็มีไปเล่นสกี ผมจำชื่อไม่ได้เเล้ว ซึ่งตอนนั้นไม่หนาวแล้วนะข้างล่าง แต่ว่าข้างบนจะมีหิมะที่เล่นสกีได้ เพื่อนชวนไปก็ไปเล่นสกี

สำหรับเรื่องท่องเที่ยว ใครอยากจะท่องเที่ยว หรือชอบไปท่องเที่ยว ที่สถาบัน EC เค้าจะมีโต๊ะของบริษัททัวร์ จะมีโปรแกรมให้เลยว่าอาทิตย์นี้จะจัดไปที่ไหน ถ้าใครสนใจก็ไปลงทะเบียนแล้วก็ไปกับเค้าได้ เจ้าหน้าที่ใส่เสื้อสีเขียวผมจำชื่อบริษัทไม่ได้ แต่มีนักเรียนไปกับเค้าเยอะนะครับ คือมันมีบริษัทที่จะนำเที่ยวเนี่ยอยู่ในตึกเดียวกับที่เราเรียนเลย เราสามารถไปคุยกับเค้าได้เลย ว่าไปที่ไหนได้บ้าง ไป Seattle หรือว่าชอบสายสกี ชอบสายเล่นกีฬา ชอบสายน้ำตก หรือว่าไปต่างเมือง สามารถไปคุยกับเค้าได้เลย ถ้าเราชอบท่องเที่ยวเนี่ย มีที่ให้เที่ยวแน่นอน ไม่เบื่อ

• เรียนภาษาที่ Vancouver 12 สัปดาห์ พัฒนาแค่ไหน ?

ผมเข้าที่ระดับ Pre Intermediate เค้าจะสอบทุกๆ 5 สัปดาห์ เวลาสอบผมก็จะผ่านตลอด ผมจบที่ Upper Intermediate ครับ สำหรับ 12 สัปดาห์ผมว่าน้อยไป ขั้นต่ำน่าจะอยู่สัก 6 เดือน ถ้าจะพัฒนาภาษาอังกฤษเข้มข้นนะครับ น่าจะกำลังดี เพราะว่าช่วง 3 เดือน ผมเพิ่งเริ่มพัฒนาในการกล้าพูดเอง

 ขากลับไทย จากในเมืองไปที่สนามบิน เดินทางลำบากไหม?

ขากลับผมนั่งรถไฟฟ้าครับ นั่ง Canada Line โฮสต์ไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้า จากรถไฟฟ้าผมก็นั่งไปสนามบินเลยครับ

• ฝากบอกอะไรกับคนที่กำลังตัดสินใจไปเรียนที่แคนาดา?

เรื่องแรกคือ ถ้าไป ก็น่าจะไปเรียนสัก 6 เดือน สองที่อยากจะเตือนก็คือ ต้องเป็นคนที่รักในอากาศหนาวนิดนึง หมายถึง สามารถทนหนาวติดลบได้ ถ้าไปอยู่ในช่วงที่ต้องเจอติดลบ สามคือ แวนคูเวอร์เนี่ยเหมาะสำหรับคนที่ชอบสไตล์เมือง หมายถึงกิจกรรมของคุณก็จะผูกอยู่กับการช้อปปิ้ง การบินไปเที่ยว Seattle และอีกประเภทที่เหมาะก็คือพวกชอบธรรมชาติ เช่นไปปีนเขา ชอบไปสกี ชอบไปว่ายน้ำ ชอบเดินสวนสาธารณะ คนที่ชอบถ่ายภาพก็เหมาะ เพราะว่ามีเมืองที่สวย มีเมืองที่ธรรมชาติ สะอาด โอเค เพราะว่าพวกขยะที่แคนาดาเค้าก็ใส่เรือเอามาทิ้งที่มาเลเซียหมดแล้ว (หัวเราะ)

ประเทศก็จะสะอาดดูเหมือนประเทศโลกที่หนึ่งครับ (หัวเราะ) แคนาดาไม่มีอะไรน่ากังวลเลยนะครับ เรื่องความปลอดภัย ถ้าเทียบกับประเทศไทย ถ้าคุณอยู่ในประเทศไทยได้ คุณไปอยู่แคนาดาก็โอเค ผู้คนที่นี่ดีมาก ความหลากหลายเยอะ แต่ละคนพยายามที่จะรักษาสิทธิ์ตัวเอง ไม่ละเมิดสิทธิ์คนอื่นครับ เรื่องความรุนแรงผมไปอยู่ก็ไม่เคยเจอนะ แต่ที่ผมไปอยู่แล้วเจอรุนแรงสุด คือคนยืนสูบบุหรี่บนรถไฟฟ้า ซึ่งน่าจะเมาครับ ก็ไม่ได้รุนแรงมากถ้าเทียบกับเมืองไทย

• พูดถึงกัญชาที่ Vancouver หน่อย

ถ้าเป็นผู้นิยมพืชกัญชาและสนใจจะไปฝึกภาษาอังกฤษด้วยเนี่ย ที่แวนคูเวอร์จะมีข้อจำกัดอยู่สองสามอย่าง คือหนึ่ง จะต้องอายุ 19 ปี และจำเป็นต้องพก ID ติดตัวตลอดเวลาที่เข้าไปซื้อในร้านนะครับ ร้านก็มีกระจายอยู่ทั่วไปในเมือง เดินไม่ไกล จากโรงเรียนก็สามารถเดินไปได้ถึงภายในเวลา 15 นาที สินค้าก็มีหลากหลาย ตั้งแต่เป็นจ๊อย (Joint) ก็คือพันพร้อมสูบ เข้าไปซื้อเสร็จสูบได้เลย เป็นน้ำมัน หรือว่าจะเป็นช่อดอก แล้วก็มาบด แล้วก็ม้วนเอง หรือจะเป็นตระกูลพวกของกิน ของกินก็จะเป็นช็อกโกแลต หรือว่าเป็นเยลลี่ เป็นลูกอม ก็มีหลากหลาย แต่ละร้าน ราคาก็จะขึ้นลงต่างกัน

จริงๆ สายพันธ์จะหลากหลายมาก  แต่ว่าราคาก็อยู่ประมาณ 5-20 เหรียญแคนาดาที่เป็นช่อดอก มีแบบไปซื้อที่หน้าร้าน หรือมีแบบเป็นตู้ให้เราไปใส่เงิน แล้วเราก็กดเลือกได้เลย การสูบกัญชาที่แวนคูเวอร์คือ สูบได้ทุกที่ที่สูบบุหรี่ได้ ฉะนั้นตรงไหนที่สูบบุหรี่ได้ไม่ผิดกฤหมาย ก็สามารถไปสูบตรงนั้นได้เหมือนกัน ถ้าเป็นผู้นิยมพืชกัญชาแล้วสนใจจะไปแวคูเวอร์ ควรไปให้ตรงกับวันที่ 20 เมษา เพราะจะได้ไปร่วมงาน 420 เป็นมหกรรมที่ยิ่งใหญ่พอสมควรในแวนคูเวอร์ เค้าก็จะจัดริมทะเล ริมชายหาด เค้าเรียกหาด English Bay ก็สวยงาม เป็นประสบการณ์หาได้ยาก เพราะเค้าจะจัดครั้งเดียวต่อปีครับ เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้นิยมกัญชา

ถ้าเกิดอยากจะไปแวคูเวอร์ รายละเอียดจะประมาณนี้ครับ แต่ว่าต้องระวังตอนออกจากแคนาดา หรือจะเอาของเข้าต้องระวัง ผมก็โดนตรวจหนักตอนขาออก เพราะว่า Laptop ผมมีสติ๊กเกอร์รณรงค์อยู่พอดีก็เลยซวย เลยต้องแยกไปตรวจสารอีกทีครับ ก็โอเค เพราะผมเป็นคนสุจริตอยู่แล้วผมก็เลยรอดมาได้ (หัวเราะ)

• คนเสพกัญชาน่ากลัวไหม อันตรายรึเปล่า?

ถ้าเป็นกัญชาที่เป็นออแกนิคไม่มีสารอื่น แล้วก็ไม่ได้มีสารเสพติดอื่นมากเกี่ยวข้อง เช่น แอลกอฮอล์ ส่วนนี้ต้องระวัง คือแอลกอฮอล์มันจะไปเสริมสารตัวนึงให้มันไปเพิ่มระดับขึ้น สมมติว่าเป็นแค่กัญชาโดดๆ แล้วไม่มีสารอื่น ถ้าสูบเยอะก็จะสลึมสลือ ถ้าถึงขึ้น Over high ก็จะอาเจียน ก็จะง่วงนอน ก็จะเวียนหัว ไม่มีอาการเกรี้ยวกราด ไม่เหมือนกับการดื่มเหล้า (เลือดร้อน) สูบแล้วจะไม่มีแรงในการที่จะไปทำร้ายคนอื่น

ในแวนคูเวอร์จะมีข้อบังคับคือ ถ้าคุณเสพกัญชา คุณจะห้ามว่ายน้ำ ห้ามขับรถ ห้ามบังคับโดรน เพราะสติคุณจะขาดไปนิดนึงทำให้คุณตอบสนองช้าลง แต่อาการเกรี้ยวกราดจะไม่มี ไม่เป็นอันตรายกับผู้คนรอบข้าง ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์คนอื่นถ้าไม่ไปทำอะไรทำนองที่ว่ามาข้างต้นนะครับ

*นายแพทย์ Jerome Adams ได้ให้สัมภาษณ์ในบทความ  ‘This Ain’t Your Mother’s Marijuana.’ Federal Health Officials Issue National Warning on Pot ใน Time.com โดยการกล่าวเตือนถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้กัญชาของวัยรุ่นไว้ว่ามันมีผลต่อพัฒนาการทางสมองในช่วงอายุ 20ปี + การใช้กัญชาอย่างต่อเนื่อง หรือถี่เกินไปอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะในสมอง ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการจดจ่อ ความทรงจำ การตัดสินใจ และแรงจูงใจ *ผู้อ่านควรไตร่ตรอง ทำความเข้าใจ และใช้วิจารณญาณในการพิจารณา

• พูดถึงการบริการของก้อปันกันหน่อย 

ก็อยากแนะนำครับถ้าสนใจ แต่ถ้ายังไม่สนใจก็มาคุยก่อนได้ครับ การบริการก็ดีมาก เทคแคร์ สอบถามตลอด ช่วยได้ไม่ได้ อย่างน้อยก็เป็นผู้รับฟังที่ดี มีความพยายามที่จะดูแลเทคแคร์เรา รู้สึกอบอุ่นมากครับ

Photo Credits : คุณเบียร์
# เรียนภาษาที่ Vancouver แคนาดา

ขอรับคำปรึกษา

บริการในการสมัคร ประสานงาน

แนะนำในการศึกษาต่อต่างประเทศ และเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี!

Line : @korpungun โทร 095-909-3960