[รีวิว] เรียนหลักสูตร ESL TEP8 ที่ JIC Premium Campus โดยคุณซี

รีวิว เรียนหลักสูตร ESL TEP8 ที่ฟิลิปปินส์
ระยะเวลา 4 สัปดาห์ (19 May 2024 – 15 June 2024)
กับสถาบัน JIC Premium Campus โดยคุณซี

ทำไมถึงตัดสินใจเรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์?

ตอนแรกหนูไม่อยากไปเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่คุณแม่เขาอยากจะให้หนูไปเรียนภาษาอังกฤษ อยากให้หนูได้พัฒนาภาษาอังกฤษมากขึ้นค่ะ คุณแม่เขาได้ดูคลิปพี่บอล-พี่ยอด ที่เขาไป Pines ก็สนใจ พอทาง KPG จัดงานเเฟร์ที่มีเจ้าหน้าที่จากโรงเรียนที่ฟิลิปปินส์มาที่กรุงเทพ ก็ไปร่วมงานดูค่ะ และที่ตัดสินใจไปเรียนที่ JIC เพราะ Mr. Brian ที่เป็น Academic Director ของโรงเรียน เขาพูดภาษาอังกฤษตอนคุยด้วย แล้วสำเนียงเขาดีที่สุดในงานนั้นค่ะ

สิ่งที่กังวลก่อนไปเรียน?

กังวลที่สุดเลยคือ ตอนที่รอรถที่จะมารับที่สนามบินมะนิลาค่ะ หนูรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย เห็นเขาบอกกันว่าสนามบิน Terminal 3 จะดีสุด 1 กับ 2 ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ค่ะ

ผ่าน ต.ม. ยากไหม?

หนูอาจจะเป็นเคสพิเศษรึเปล่า (หัวเราะ) เพราะทุกคนที่หนูไปถามก็จะบอกว่าเจ้าหน้าที่เขาพูดเยอะมาก เเต่ว่าฟังไม่รู้เรื่องเขาก็เลยปล่อยไป

แต่ของหนูพอหนูเดินเข้าไป เขาก็มองหน้า หนูรู้สึกเหมือนโดนคุกคามหน่อยๆ หนูก็ยื่นเอกสารตอบรับเข้าเรียนจากทางโรงเรียนไปให้เขา เขาก็ไม่ดูเลย ไม่แม้แต่จะมองเลย แต่เขาถามว่า เราจะไปที่ไหน มาทำอะไร เราก็บอกว่ามาเรียนภาษาอังกฤษ เขาก็พูดว่า มาเดือนเดียว มันจะได้อะไรเหรอ หนูก็เลยบอกว่า เรามีเวลาแค่เดือนเดียวเพราะเราเป็นนักศึกษา ต้องกลับไปเรียนต่อที่ประเทศไทย เขาก็ถามอีกว่า เราจ่ายไปเท่าไหร่ให้กับโรงเรียน หนูเลยบอกเขาไปว่า หนูไม่รู้เพราะเเม่จ่ายให้ทุกอย่างค่ะ แล้วคำถามสุดท้ายเขาก็ถามหนูว่า หนูมีเเฟนไหม ซึ่งหนูคิดว่าคงมีเเค่หนูที่โดนคำถามอะไรแบบนี้คนเดียวที่ถามเรื่องเเฟน กับถามเรื่องเงิน เพราะหนูไปคุยกับเพื่อนที่โรงเรียนก็ไม่มีใครโดนคำถามพวกนี้เลยค่ะ

ซึ่งตอนที่หนูตอบ เวลาโดนถามเรื่องเงินก็ตอบไปอย่างเดียวว่าไม่รู้ค่ะ ส่วนที่เขาถามเรื่องแฟน หนูตอบว่า มี ยังไงก็ต้องตอบว่ามีค่ะถึงแม้ว่าจะไม่มี และพอเราตอบว่ามีแฟนปุ๊บ เขาก็ปาพาสปอร์ตคืนเลยค่ะ หนูเลยรู้สึกว่า ต.ม. ฟิลิปปินส์ไม่ค่อยเฟรนลี่เท่าไหร่ค่ะ

ปรับตัวยากไหม?

สำหรับหนูจะปรับตัวยากในเรื่องของการมีรูมเมท เพราะหนูไม่เคยมีรูมเมทมาก่อน แต่ก็พยายามคุยกับเขาเยอะๆ ก็ทำให้ปรับตัวง่ายขึ้น หนูรู้สึกว่าเพื่อนเขาก็อยากคุยกับคนไทยที่สุด เพราะนักเรียนไทยเป็นชนกลุ่มน้อยของโรงเรียน พอเขารู้ว่าเราเป็นคนไทย เขาก็อยากคุย อยากถามเกี่ยวกับประเทศไทยค่ะ

ซึ่งครูก็อยากคุยกับนักเรียนไทย ครูก็ชอบคนไทยค่ะ เหมือนที่พี่บอลกับพี่ยอดเล่าในคลิปเลยค่ะ ว่าจริงๆ ทุกคนในโรงเรียนเขาก็จะรู้แล้วว่าจะมีเด็กไทยมาเรียน ทุกคนรู้หมด (หัวเราะ) ซึ่งครูเขาก็คอยคุยกันค่ะว่าคนนี้นะ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องพิเศษในโรงเรียนค่ะ

ESL TEP 8 เรียนอะไรบ้าง?

จะมีเรียนตัวต่อตัว 3 คาบ และเรียนกลุ่ม 3 คาบค่ะ หนูชอบคุณครูสอนตัวต่อตัวมาก เพราะคุณครูทั้ง 3 คน เรื่อง การออกเสียง คำศัพท์ แพทเทิร์นต่างๆ เขามีสอนหมดเลย ซึ่งเขาก็จะสอนหนูออกเสียง และคำศัพท์ใหม่ๆ ให้หนูตลอดเลยค่ะ

ส่วนคาบเรียนกลุ่มจะไม่ใช่กลุ่มใหญ่ จะมีนักเรียนในคลาสสูงสุด 7 คนค่ะ แต่ที่หนูชอบเรียนที่สุดจะเป็นคาบ Discussion คุณครูเขาจะมีหัวข้อมา แล้วถามความเห็นของทุกคน ก็จะฝึกให้เราได้พูดค่ะ ซึ่งตอนแรกที่เรียนคาบนี้หนูงงนะคะว่าเขาพูดอะไรกัน (หัวเราะ) หนูไม่เข้าใจว่าเขาคุยอะไรกัน ตอนแรกหนูก็เลยพยายามพูดในความคิดของหนู แล้วครูเขาก็พยายามเข้าใจในสิ่งที่เราพูดมากๆ ตอนแรกพอเราไม่เข้าใจว่าเขาคุยอะไรกันก็ทำให้หนูไม่กล้าพูด ไม่กล้าออกความคิดเห็น แต่พอตอนหลังหนูก็กล้าที่จะพูด กล้าคุย กล้าออกความคิดเห็นของหนูทุกอย่างค่ะ

แล้วก็มีคลาสกลุ่มที่เรียนกันแค่ 2 คนค่ะ เป็นคลาส Listening ซึ่งตอนแรกหนูฟังไม่ทันเลย เพราะรู้สึกว่าเร็วมาก หนูไม่คุ้นชินเพราะไม่ใช่ภาษาบ้านเกิด แต่พอช่วงหลังหนูก็เริ่มฟังได้ เข้าใจมากขึ้นค่ะ คือ Listening ที่เขาสอนเราจะไม่ได้เป็นแบบฟังสิ่งที่เขาพูดแล้วตอบคำถามว่าเขาพูดว่าอะไร แต่เป็นการฟังว่าเขาพูดว่าอะไรแล้วเราต้องมาคิดต่อว่าสิ่งที่เขาพูดในความหมายของเขา เขาหมายถึงในทางที่ดีหรือในทางที่ไม่ดีค่ะ ซึ่งวิธีการสอนแบบนี้ทำให้หนูฟังแล้วเข้าใจมากขึ้น เพราะบางคำหนูฟังแล้วหนูเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้เข้าใจมากขนาดนั้น แต่พอมาอยู่ในคลาสนี้ คุณครูเขาก็จะอธิบายว่าจริงๆ แล้ว สิ่งที่เราได้ยินเขาหมายถึงแบบนี้นะซึ่งมีมากกว่าที่เราเข้าใจในตอนแรกค่ะ

รู้สึกอย่างไรที่ได้เห็นพัฒนาของตัวเองจากตอนแรกที่ฟังไม่เข้าใจเลย?

รู้สึกเซอไพรส์มากค่ะ เพราะ 2 อาทิตย์แรกที่เป็นอาทิตย์ที่เป็นช่วงปรับตัว หนูก็ยังรู้สึกเบื่อ และยังอยากกลับบ้านตลอดเลยค่ะ แต่พอสัปดาห์ที่ 3 หนูได้เปลี่ยนรูมเมทด้วย ก็เริ่มรู้สึกว่า หนูอยากอยู่ JIC เพื่อที่จะอยากฟังภาษาอังกฤษ อยากพูด อยากโต้ตอบกับคนอื่นเป็นภาษาอังกฤษ เพราะตอนแรกหนูจะไม่กล้าพุ่งเข้าไปคุยกับคนแปลกหน้า ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ แต่ตอนนี้หนูกล้าพูดภาษาอังกฤษกับเขาค่ะ

คุณน้ากับคุณแม่ยังพูดเลยค่ะว่า กลับมาแล้วเห็นเลยว่าหนูเปลี่ยนไป เพราะหนูกล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษกับคนอื่นค่ะ (หัวเราะ)

การบ้านเยอะไหม?

หนูไม่เคยมีการบ้านเลยค่ะ (หัวเราะ) เพราะเวลาที่หนูเจอกับครูครั้งแรก หนูบอกครูว่า หนูไม่ชอบการบ้านนะคะ (หัวเราะ) ครูเขาเลยไม่กล้าให้การบ้านหนูเลยสักคนค่ะ ซึ่งเพื่อนในโรงเรียนก็ถามเหมือนกันว่า ทำไมไม่เคยเห็นหนูทำการบ้านเลย (หัวเราะ)

หนูอยากเอ็นจอยกับการเรียน หนูไม่อยากเครียดเหมือนนักเรียนญี่ปุ่น เขาเครียดกันเกินไปค่ะ

สำเนียงครูเป็นยังไง?

สำเนียงครูที่นี่เป็นสำเนียงอเมริกัน เพราะว่าเขาจะมีครูคนนึงที่สำเนียงดีมากๆ แล้วครูทุกคนจะต้องไปเรียนกับครูคนนี้ค่ะ ซึ่งครูที่หนูได้เรียนด้วยเป็นครูที่นักเรียนโหวตให้ว่าเป็นครูที่สอนดีที่สุดในโรงเรียนด้วยค่ะ ซึ่งตอนเเรกหนูได้เรียนกับครูอีกคนนึง แต่หนูไปเปลี่ยนวิชาเรียนค่ะก็เลยได้ครูคนนี้มาค่ะ

รูมเมทเป็นยังไงบ้าง?

2 สัปดาห์แรกรูมเมทไม่ค่อยดีค่ะ แต่พอเปลี่ยนห้องแล้วรูมเมทโอเคมาก ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นหมดเลยเหมือนห้องแรกที่เปลี่ยนมา แต่ว่าห้องนี้เขาก็คุยภาษาอังกฤษกัน เขาพยายามให้หนูเข้าใจ เขาเลยพูดภาษาอังกฤษกัน เลยรู้สึกดีมากเลยค่ะที่ได้เปลี่ยนห้องค่ะ (หัวเราะ) เพราะเราคุยกันทุกวัน หัวเราะด้วยกันทุกวัน กินข้าวด้วยกันทุกวัน ตัวติดกันเลยค่ะ

อาหารที่โรงเรียน?

ตอนแรกที่หนูไปหนูรู้สึกว่าอาหารเขาค่อนข้างไปทางเกาหลีมากๆ แรกๆ รู้สึกไม่อร่อย แต่พอหลังๆ กินไปเรื่อยๆ ก็อร่อยขึ้นค่ะ เพราะหนูไปกินอาหารฟิลิปปินส์จริงๆ มาก็รู้สึกว่า โอเค อาหารโรงเรียนเนี่ย อร่อยที่สุดเเล้วค่ะ  เพราะอาหารฟิลิปปินส์เค็มมากเลยค่ะ เค็มอย่างเดียวเลย กินไม่ได้เลยค่ะ

ส่วนอาหารที่โรงเรียนเขามีเนื้อวัวด้วย แต่หนูไม่ทาน เลยไปบอกเชฟ พอตอนหลังเขาก็เปลี่ยนเป็นปลา ไก่ หมู เเทนค่ะ ซึ่งก็มีวันนึงเขาเอาอาหารเมนูเดียวกับนักเรียนซาอุฯ มาให้กินค่ะ (หัวเราะ) เชฟกับคนในครัวเขาก็จะจำได้หมดเลยว่าหนูไม่ทานเนื้อค่ะ

เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนให้ความช่วยเหลือดีไหม?

เวลาติดต่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้ลำบากอะไรค่ะ แต่การดำเนินเรื่องที่เราขอไปก็จะช้า เพราะว่านักเรียนไทยเราไม่มีเมเนเจอร์ที่ดูแลเราโดยตรง พอหนูบอกทาง KPG ไป หลังจากนั้นก็เลยมีเจ้าหน้าที่คนนึงที่หนูจะเจอเขาตลอด เวลาไปขอความช่วยเหลือ เขาเห็นเราเขาก็จะยิ้ม เพราะเขารู้ว่านักเรียนไทยไม่มีเมเนเจอร์ เขาก็จะรีบเข้ามาช่วยเลย เขาช่วยเต็มที่ตลอดค่ะ

มีเพื่อนชาติไหนบ้าง?

มี มองโกเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน ซาอุฯ ไทย และเวียดนามค่ะ ส่วนนักเรียนไทยในโรงเรียนตอนที่หนูไปถึงจะมี 6 คนค่ะ ผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 2 คนค่ะ

กิจกรรมโรงเรียนที่ชอบ?

คลาสเต้นซุมบ้าค่ะ หนูไปทุกเย็นเลย มันสนุกมาก ตอนแรกหนูเข้าใจว่าจะมีแต่ผู้หญิงที่ไป แต่พอไปจริงๆ ก็มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายค่ะ นักเรียนผู้ชายก็เยอะมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่นเขาชอบเต้นกันมาก คุณครูเขาก็เอนเตอร์เทนเด็กได้สนุกมากเลยค่ะ

สภาพแวดล้อมที่เมืองบาเกียว?

บาเกียวปลอดภัยค่ะ อาจจะเป็นเพราะว่ามีคนมาเรียนที่ฟิลิปปินส์เยอะ เขาเลยรู้ว่ามีต่างชาติเยอะ และต้องพูดภาษาอังกฤษ คนฟิลิปปินส์หน้าบึ้งมาก หน้าตึงมาก แต่ถ้าไปขอความช่วยเหลือเขาก็ช่วยค่ะ เลยรู้สึกว่าบาเกียวน่ามาเรียนสุดแล้วค่ะ

เวลาไปข้างนอกก็ไม่น่ากลัวค่ะ หนูรู้สึกว่าผู้ชายบาเกียวจะไม่ค่อยทำอะไรโจ่งแจ้งมากเท่าผู้ชายที่มะนิลา ถ้าเขาสนใจเขาก็จะมองอย่างเดียวเขาจะไม่พูด ไม่ทำอะไร แต่ที่มะนิลาเขาจะเข้าหามาเสนอตัวให้ความช่วยเหลือเลยค่ะ

บริการรถโดยสารในบาเกียว?

หนูชอบนั่งจิ๊ปนีย์เท่านั้นค่ะ เพราะมีส่วนลดนักเรียนได้ 15 เปโซ (หัวเราะ) แต่จริงๆ ถ้านั่ง Taxi ที่เราโบกหน้าโรงเรียนจะไม่โดนบวกค่ารถเพิ่ม แต่ถ้านั่งจากที่อื่นจะโดนบวกค่ารถเพิ่ม 5 เปโซค่ะ

เสาร์-อาทิตย์ เที่ยวที่ไหนบ้าง?

หนูไปทุกอาทิตย์เลยค่ะ จัดทริปไปกับเพื่อนญี่ปุ่นและเพื่อนคนไทยอีกคน ทั้งหมดคือไปกัน 3 คน เช่ารถไป Igorot Stone Kingdom ค่ะที่แรกคนเยอะมาก แล้วก็เดินกันไปต่อที่ Tam-awan Village ค่ะ หลังจากนั้นก็ไป  The Mansion บ้านพักของประธานาธิบดีที่อยู่ใกล้ๆ สถาบัน Pines ค่ะ แล้วก็ไปกินข้าวแถวนั้น แล้วก็ไป Valley of Colors ค่ะ

สัปดาห์ที่เหลือก็มีไป Camp John Hay สนุกดีค่ะ หนูไปขี่ม้าที่นั่นมาด้วย ราคาไม่แรงด้วยค่ะ ถูกมาก ซึ่งเขาจะบอกวิธีบังคับม้าและให้เราขี่เอง แต่เขาก็จะเดินตามเราอยู่ค่ะ ปลอดภัยค่ะ เพราะเขาก็ไม่ได้ให้เราขี่เร็ว เขาก็จะเดินตามเราแบบติดๆ เลยค่ะ

แต่ที่ประทับใจที่สุดจะเป็น Hundred Islands  ซึ่งจะห่างจากบาเกียวประมาณ 5 ชั่วโมงค่ะ ก็ไปดำน้ำมาค่ะ พี่คนไทยที่ไปด้วยกันเขาบอกว่าที่ไทยสวยกว่า แต่เราไปเอาบรรยากาศมันก็ได้นะคะ ราคาก็ไม่แพงค่ะ แล้วหนูก็ไปเล่น Zipline ข้ามเกาะมา สวยมากค่ะ แค่ 500 เปโซเอง แล้วก็มีไปกระโดดน้ำในถ้ำ (cave jumping) กับเพื่อนค่ะ

ประสบการณ์ตัดผมที่บาเกียว?

ดีค่ะ 250 เปโซ สระ ไดร์ ตัด เซ็ท เป็นร้านข้างนอกค่ะ เพราะในห้าง SM จะแพงกว่าค่ะ ซึ่งร้านที่หนูไปเขาสระผมดีมากค่ะ

4 สัปดาห์ ภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นยังไงบ้าง?

หนูพูดได้มากขึ้นเยอะเลยค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือ หนูกล้าพูด และหนูก็มีความสุขที่หนูได้พูดค่ะ

ฟิลิปปินส์ก่อนไป-หลังไป?

ก่อนไปภาพที่คิดไว้คือน่ากลัวมากค่ะ เพราะหนูไปดูคลิปคนที่เขาไปเที่ยวมะนิลามา ก็เลยเกิดการเหมารวมในหัวหนูว่าบาเกียวก็ต้องน่ากลัวด้วยเหมือนกัน แต่พอขึ้นไปปุ๊บ บาเกียวคืออีกโลกนึงของฟิลิปปินส์ ดูมีความให้เกียรติคนมากขึ้น พวก LGBTQ+ ผู้หญิงบางคนเขาก็น่ารัก หน้าเขาจะดูไม่เป็นมิตรนะคะ แต่จริงๆ เเล้วเขาน่ารักค่ะ

คะแนนเต็ม 10 ให้ JIC เท่าไหร่?

หนูให้ 8 ค่ะ ข้อดีคือ หนูชอบอาหารที่นี่ ซึ่งห้องอาหารเขาดีมากค่ะ 

แต่ว่าห้องพักเข้าใจว่าเขาก็พยายามทำอยู่ ห้องพักไม่สามารถเปิดหน้าต่างได้ เพราะจะมีแมลงเข้ามากัดเราค่ะ แต่ถ้าไม่เปิดห้องก็จะเหม็นมาก ซึ่งเขาก็พยายามแก้ แต่ก็ยังแก้ไม่ได้เหมือนกันค่ะ ส่วนขนาดห้อง บางห้องเล็ก บางห้องก็ใหญ่ค่ะ ซึ่งห้องหนูก็แอบรู้สึกว่าเล็กเกินไปสำหรับการอยู่ 4 คน

และเรื่องสำคัญเลยคือนักเรียนไทยไม่มีเมเนเจอร์ของตัวเอง เวลาครูคนไหนลา ไม่มาสอน แทนที่เขาจะเเจ้งผ่านเข้ากลุ่มที่มีนักเรียนทุกคนอยู่ในนั้น เขาก็ไม่ส่ง เขาไปเเยกส่งในกลุ่มของนักเรียนชาตินั้นๆ ซึ่งนักเรียนไทยไม่มีกลุ่มแบบนี้ ก็เลยต้องไปสุ่มดวงเอาว่า วันนี้ครูจะมาสอนไหมค่ะ

เเนะนำคนที่สนใจหรือยังลังเลที่จะไปเรียนที่ฟิลิปปินส์?

ตอนแรกภาพที่หนูคิดและทำให้ไม่อยากไปเรียนคือ การพัฒนาประเทศของเขามันช้ากว่าเรา ทำให้หนูเข้าใจว่าฟิลิปปินส์อันตรายมากๆ แต่พอไปจริงๆ แล้วมันทำให้เราได้มีเพื่อนใหม่ สังคมเราเปิดกว้างมากขึ้น เรามีเพื่อนชาติอื่นๆ เราได้เจอครูที่เขาพยายามสอนเราให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษ และให้เราเก่งภาษาอังกฤษ และที่สำคัญได้อยู่โรงเรียนที่เหมือนอยู่กันเป็นครอบครัวค่ะ ทั้งพนักงานในโรงเรียน ครู นักเรียน ก็เลยยิ่งรู้สึกว่าเราควรไป พอไปแล้วทำให้รู้ว่า จริงๆ แล้วฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่น่าไปเรียนมากค่ะ เพราะโรงเรียนที่ไปเรียนก็ไม่ได้อยู่ในเขตที่อันตราย หรือแม้แต่โรงเรียนที่เซบูที่เพื่อนหนูที่เจอกันที่นี่ ที่เขาเคยไปเรียนมาเขาก็บอกว่าก็อยู่ในเขตที่ปลอดภัยค่ะ

ทำไมถึงเลือกไปเรียนกับ KPG?

คุณเเม่หนูเป็นคนเลือกเพราะดูวิดีโอของพี่บอล พี่ยอดที่ไปเรียนค่ะ ก็เลือก KPG เลยค่ะ
ข้อมูลที่ KPG ให้หนูครบทุกอย่างค่ะ ให้เผื่อด้วยในบางเรื่อง เพราะหนูไปคุยกับพี่ที่เขามากับอีกเอเจนท์นึง เขาบอกว่า ของเขาเขาไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย KPG ให้ข้อมูลดีมาก ซึ่งถ้ามาเรียนที่ฟิลิปปินส์ก็มากับ KPG ก็ดีที่สุดแล้ว เพราะเขาก็เห็นเวลาที่หนูมีปัญหา ถ้าหนูเคลียร์ไม่ได้ หนูก็บอกทางพี่ตลอด พี่ก็ช่วยเเก้ไขให้ค่ะ

อ่านเกี่ยวกับ JIC Academy – คลิก

Photo Credits :  คุณซี

ติดต่อขอรับคำปรึกษา

 

เรียนต่อแคนาดา อเมริกา นิวซีแลนด์

Line : @korpungun

เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์

Line : @kpglearn

คอร์สออนไลน์ KPG LIVE

Line : @kpglive

TEL: 094-883-8778