รีวิว เรียนหลักสูตร Software development ที่แคนาดา กับสถาบัน SAIT
โดยคุณแพร
อะไรทำให้ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศแคนาดา?
หลังจากเรียนจบป.ตรีที่ไทย ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำงานอะไร ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กระแสเรียนต่อ ขอ PR และ citizen ของต่างประเทศกำลังมาด้วยค่ะ ถ้าเทียบกับออสเตรเลีย การขอ PR ในแคนาดาได้ง่ายกว่า เลยตัดสินใจมาเรียนต่อที่แคนาดาค่ะ
ทำไมถึงเลือกเรียน Software development ที่ SAIT?
เพราะว่าเป็นสายที่น่าจะเกี่ยวข้องกับป.ตรี ตอนนั้นเราจบ Robotic engineer แต่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่คล่องทางสาย Programming เลยคิดว่า เรามาต่อทางสาย software เลยดีกว่า เพราะว่าตอนเรียนป.ตรี จะเป็นคนชอบเรียนทาง hardware มากกว่า เลยตัดสินใจต่อยอดในจุดเล็ก ๆ ที่เราอ่อนค่ะ เลยตัดสินใจมาเรียน Software development ก่อน ส่วนสาเหตุที่เลือกที่ SAIT เพราะเรื่องของเมือง คุณป้าเราอยู่ที่นี่ด้วย แล้วก็อีกอย่างคือ SAIT เขามีการปฏิบัติให้ทำโปรเจคด้วยค่ะ
หลักสูตร Software development ได้เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ช่วยเล่าความน่าสนใจของหลักสูตรนี้ให้ฟังหน่อยค่ะ?
เทอมแรกจะเรียน Math ปูพื้นฐาน Statistics แล้วก็มีวิชานอก เช่น Technical communication แต่สาย Programming เทอมแรกวิชาเรียนเป็น Web development ใช้ HTML, CSS, JavaScript, React เป็นต้น แล้วก็เทอมสองจะเรียนเป็นสาย Mobile dev, database, analysis, design and testing , security และ UX/UI เทอมสุดท้ายจะเป็น capstone อันนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการปูพื้นฐานของเราในเรื่องงาน เพราะเราต้องหาบริษัทในการทำโปรเจคเอง และได้ contact กับบริษัทจริง ๆ
หลังจากที่เราเรียนจบ คิดว่าความรู้ที่ได้จากหลักสูตรสามารถใช้ในการทำงานได้จริงไหมคะ?
ส่วนตัวคิดว่า ค่อนข้างครบในระดับของการทำงานได้จริง แต่เรื่องของเทคโนโลยี มันอาจจะก้าวกระโดดไปไกล แบบไวมาก เราก็ต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ นอกคอร์สด้วยค่ะ สิ่งที่ได้จากคอร์สนี้หลัก ๆ คือเรื่องของ connection เรื่องความรู้หลัก ๆ เราได้จากป.ตรีมาแล้ว เลยไม่ค่อยได้ซีเรียสเท่ากับตอนเรียนป.ตรีเท่าไหร่ สิ่งที่ได้อีกอย่างคือการได้ออกจาก safe zone ของตัวเอง มาเรียนที่ใหม่ ๆ เพราะหลัก ๆ ถ้าเรียนจบแล้วก็ที่ได้แน่ ๆ คือ การทำได้ตามที่หลักสูตรสอน แต่นอกเหนือจากนั้นคือ ประสบการณ์ที่ได้มากกว่า
ถ้าเปรียบเทียบการเรียนที่แคนาดากับตอนที่เรียนป.ตรี ที่ไทย รู้สึกว่าการเรียนการสอนของที่ไหนยากกว่ากันคะ?
รู้สึกว่าที่ไทยยากกว่ามากค่ะ ตอนมาตอนแรก ๆ อย่างวิชา Statistics เขาเริ่มสอนจากเราเป็นเด็กมัธยม หลักสูตรนี้เป็นระดับ Diploma เพื่อนหลายคนเพิ่งจบ high school มา หรือบางคนอายุเยอะหน่อย 30-40 ปี เขาจะสอนปรับพื้นฐานใหม่หมดเลย เลยรู้สึกว่าง่ายกว่าตอนเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่ไทย
แล้วก็เรื่องของอาจารย์ อาจารย์หลายท่านค่อนข้างใส่ใจเรา สามารถปรึกษาเขาได้ตลอด 24 ชม. เลยค่ะ ส่วนเพื่อนมีหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งดีไม่ดีปะปนกันไป สาย IT ส่วนใหญ่จะเป็นคนอินเดียมาเรียนเยอะ แล้วก็มีเกาหลี ฟิลิปปินส์ที่มาเรียนเยอะค่ะ
การหางานในสาย IT เป็นอย่างไรบ้าง มีวิธีการหาอย่างไร และมีความท้าทายมากน้อยแค่ไหน?
ตอนแรกที่มาที่นี่ จริง ๆ เป็น culture shock ของเราอย่างหนึ่ง คือการ reference เข้าทำงาน ก็เลยต้องหา connection ก่อนเป็นหลัก เราเลยมีการเตรียมตัวเรื่องเรซูเม่ที่ต้องปรับให้เข้ากับทางแคนาเดียนมากที่สุด อัปเดต Linked-in ทำ Portfolio แล้วก็หา connection ที่สามารถ refer ได้ ซึ่งก็มีคนรอบตัวที่ได้งานเร็ว หรือบางคนก็ยังไม่ได้ สรุปคือต้องมีความตั้งใจ แต่โดยรวมส่วนตัวคิดว่าที่นี่ไม่ได้หางานยากมากค่ะ แล้วก็จะมีช่องทางการหางานอื่น ๆ ผ่าน Indeed/ Linkedin และ Job Bank และบางคนจะใช้วิธีการอีเมลไปหาบริษัทนั้น ๆ เลยว่าเราต้องการสมัครงาน วิธีนี้ได้ผลประมาณ 80% นะคะ ส่วนตัวคิดว่าบริษัทใหญ่ไม่ได้เหมือนการหางานพาร์ทไทม์ทั่วไปที่เราจะไปยื่นเรซูเม่ได้ เลยต้องใช้วิธีนี้ค่ะ
ส่วนตัวคุณแพรมองว่าตำแหน่งงานในสาย IT มีรองรับเยอะไหมคะ?
คิดว่าค่อนข้างเยอะ เด็กที่จบมาในแต่ละรุ่นอาจจะยังเยอะไม่พอ ไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหนกัน แต่ยังมีตำแหน่งงานที่ต้องการอีกเยอะในเมือง Calgary และเมืองข้างเคียง และทางอาจารย์เคยพูดมาว่า ภายในอีก 3-5 ปี อาจจะมีกลุ่มสายเทคที่ใหญ่ขึ้น ก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเด็กจบใหม่และคนที่กำลังจะมาเรียนค่ะ
คนไทยที่ Calgary เยอะไหมคะ?
มีค่อนข้างเยอะค่ะ หลายช่วงอายุคน มาแล้วไม่เหงาแน่นอนค่ะ เพราะมีตั้งแต่รุ่นคุณยาย รุ่นคุณพ่อคุณแม่ รุ่นน้อง เยอะค่ะ ตอนแรกคิดว่าไม่เยอะขนาดนี้
เมือง Calgary เป็นอย่างไรบ้าง?
จริง ๆ ชอบนะคะ คิดว่าเหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ กิจกรรมที่ทำจะแตกต่างออกไปในแต่ละฤดูค่ะ ฤดูร้อนก็จะสนุกมาก มีเทศกาล Stampede ฤดูหนาวก็จะไปสกี ไปเล่นสเก็ตน้ำแข็ง มันไม่น่าเบื่อในเรื่องของกิจกรรมค่ะ เหมาะกับวัยรุ่นระดับนึง แต่ข้อเสียของเมืองนี้คือ หนาวค่ะ อย่างสัปดาห์นี้คือ -20 องศา แต่เวลาร้อนก็ร้อนมากค่ะ ข้อเสียอีกอย่างของเมืองนี้คือ ถ้าไม่มีรถต้องเช่ารถขับเพื่อออกไปนอกเมือง แต่ถ้าขนส่งภายในเมืองสะดวก ไม่ลำบากค่ะ เขาจะมีรถไฟฟ้าแค่ใน downtown กับออกไปข้างนอกนิดนึง
จริง ๆ เมืองนี้มีคนไร้บ้านค่อนข้างเยอะเหมือนกันค่ะ แต่รู้สึกว่าที่นี่ไม่ได้อันตรายเท่าตามข่าวที่เราเห็นของออสเตรเลีย เพราะว่าคนไร้บ้านที่นี่จะไม่ค่อยได้มายุ่งกับคนทั่วไปเท่าไหร่ ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้อันตรายมากค่ะ
คุณแพรมีวิธีการปรับตัวในการใช้ชีวิต และชอบทำกิจกรรมอะไรบ้าง?
ส่วนตัวเป็นคนชอบเที่ยวค่ะ ไปดูหนัง ไปเข้าคลับนู่นนี่นั่น เพราะมีเพื่อนเลยไม่ค่อยเหงามากค่ะ แต่ตอนมาแรก ๆ ปรับตัวเยอะเลยค่ะ ตอนนั้นพูดภาษาอังกฤษแล้วเรามาเจอหลายสำเนียงอ่าค่ะ มันเลยจะยากสำหรับเราในตอนแรก ตอนนั้นก็พยายามหาเพื่อนเพราะเราเป็นคนชอบอยู่กับเพื่อน ก็เลยพยายามหาเพื่อนใหม่ ๆ เข้ามา เราก็จะชวนกันไปทำกิจกรรมทุกวันหยุด เมื่อก่อนเลยไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน ก็ค่อย ๆ ปรับตัวค่ะ พยายามไปในที่ที่ไม่เคยไป ไปกินข้าวตรงนั้น ออกไปเดินตรงนี้ ไปนั่งเล่นที่ Park อะไรงี้ค่ะ ก็แปลกดี เพราะตอนอยู่ที่ไทยก็ไม่ได้ทำ 55555 พยายามออกไปหาอะไรทำมากกว่า เคยเป็น homesick อยู่ช่วงนึงค่ะ ช่วงที่เพิ่งเข้าฤดูหนาวใหม่ ๆ ตอนนั้นอยากกลับบ้าน รู้สึกหนาวเกิน แต่พออยู่ไปแล้ว1-2 ปี ก็จะเริ่มชินค่ะ
รีวิวก้อปันกันให้ฟังได้ไหม อะไรทำให้ใช้บริการของก้อปันกัน?
ตอนนั้นเจอก้อปันกันจากการค้นหาทาง Google เลยค่ะ ตอนนั้นหาหลายเอเจนซี่มาก แล้วก็ไปร่วมงานของหลายเอเจนซี่เลย ก้อปันกันก็เป็นหนึ่งในนั้น แล้วเราก็ประทับใจพี่กันต์ตอนนั้น ก็เลยทักเข้าไปในไลน์ พอใช้บริการของก้อปันกันรู้สึกว่าชอบมากค่ะ แนะนำเพื่อนต่อหลายคนมาก ส่วนตัวที่ชอบที่สุดของก้อปันกัน คือระบบหลังบ้าน ที่เป็น Portal เราสามารถ track ได้ว่าตอนนี้เราขาดอะไร ต้องส่งเอกสารอะไร คือเราไม่ต้องไปงมเองว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง อย่างเรื่องเขียน SOP ที่จะไปเรียนต่อ เขียนไปก่อน แล้วทางพี่ ๆ เขาก็จะช่วยสแกนทุกอย่างให้อีกที ซึ่งมันง่ายต่อการยื่นมาก ๆ แล้วจริง ๆ เราแทบไม่ต้องยื่นเองเลย เพราะพี่ ๆ เขาช่วยแทบจะทุกขั้นตอน คืออย่างเอเจนซี่อื่นบางที่ เขาจะค่อนข้างกดดันให้เราเลือกในสิ่งที่มันฮิต แต่ว่าตอนคุยกับพี่กันต์เขาไม่ได้บีบให้ต้องเลือกมหาลัยไหน เขาดูความต้องการของเราเป็นหลักค่ะ
มีข้อคิด คำแนะนำอะไรเพิ่มเติมสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจอยากมาเรียนต่อหรือมาอยู่แคนาดาบ้างไหมคะ?
ถ้าอยากจะมาเรียนต่อที่แคนาดา การเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ทั้งเรื่องเอกสารและภาษา แต่ภาษาแค่พอพูดได้ก็ได้ พอใช้ชีวิตได้ สุดท้ายพอเรามาอยู่ที่นี่มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น เพราะเขาไม่ได้มาโฟกัสว่าเราต้องพูดสำเนียงแบบไหน ต้องพูด grammar ถูกตลอดเวลา ไม่อยากให้ไปกังวลมาก แล้วก็อย่าไปกลัวการมาต่างประเทศ เพราะว่าตอนที่เรามาแรก ๆ เป็นครั้งแรกที่เรานั่งเครื่องบินคนเดียวแล้วไกลขนาดนี้ ก็เลยรู้สึกว่าทุกอย่างไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว เพราะความกลัวไปอยู่ตรงนั้นหมดแล้ว เลยแนะนำว่าอย่าไปกลัวถ้าจะก้าวออกมาจาก safe zone ใช้เวลาเตรียมตัวหน่อย หาเอเจนซี่ให้ดีค่ะ


